จัดการฐานข้อมูลด้วย MongoDB

องค์กรส่วนใหญ่ มักจะมีข้อมูลจำนวนมาก จึงต้องหาตัวช่วยในการจัดการข้อมูลเหล่านี้ให้เข้าถึงได้ไง และเหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อให้ผู้ที่ต้องการข้อมูลไม่เสียเวลา เราขอแนะนำตัวช่วยที่ดีอีก 1 ตัวช่วย อย่าง MongoDB

MongoDB คือ Open-Source Document Database รูปแบบหนึ่ง ที่ใช้เป็นฐานของข้อมูลแบบ NoSQL หรือก็คือการไม่มี Relation (ความสัมพันธ์) ของตารางแบบ SQL ทั่วๆ ไปแต่จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลให้เป็นแบบ JSON (JavaScript Object Notation) แทน โดยการบันทึกข้อมูลทุกๆ Record ใน MongoDB ซึ่งเราจะเรียกมันว่าเป็น Document ที่จะเก็บค่าเป็น Key และ Value นั่นเอง

การเก็บข้อมูล Document ใน MongoDB นั้นจะถูกเก็บไว้ใน Collections (เปรียบเทียบได้กับ Table ใน Relational Database ทั่วๆ ไป) แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ Collection ไม่จำเป็นที่จะต้องมี Schema เหมือนกันก็สามารถบันทึกข้อมูลได้ นอกจากนั้นใน MongoDB ข้อมูลของ Document ที่เก็บไว้ใน Collection จะมีคีย์ _id ที่ทำหน้าที่เปรียบเสมือน Primary Key อยู่ด้วยนั่นเอง

จุดเด่นที่น่าสนใจของ MongoDB นั้นมีหลากหลาย อาทิ

– เก็บข้อมูลแบบ  Document หมายถึงการจัดเก็บข้อมูลแบบมีโครงสร้างและมีหลากหลายมิติ

– รองรับการทำ Full Index ซึ่งช่วยในการ Search หาได้อย่างรวดเร็วกับข้อมูลที่มีปริมาณมหาศาล

– รองรับการขยายขนาดและรองรับการทำงานหนักๆ

– ทำระบบสำรองได้ง่าย

– เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลแบบโครงสร้าง ดังนั้นเมื่อมีการเรียกข้อมูลมาแสดงก็จะได้ทั้งโครงสร้างและข้อมูลออกมา

– แก้ไขข้อมูลได้รวดเร็ว

– มีการเก็บข้อมูลด้วยระบบ GridFS ซึง่เป็นระบบการเก็บไฟล์บนพื้นที่ Harddisk ที่เก็บข้อมูลเป็นก้อนๆ และรองรับการเพิ่มหรือลดปริมาณข้อมูลได้

จะเห็นได้ว่าประโยชน์ของ MongoDB นั้นมีหลากหลาย เชื่อได้เลยว่าหากนำ MongoDB ไปใช้ในการจัดการข้อมูลต่างๆ ภายในองค์กร จะต้องช่วยให้สามารถจัดการธุรกิจได้ง่ายขึ้น และมีเวลาไปพัฒนาในส่วนอื่นๆ ได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน

ใส่ความเห็น