เรื่องทั้งหมดโดย Nipaseo

ทำความรู้จักกับ Open Container Initiative

Open Container Initiative (OCI) เป็นการพัฒนาภายใต้ Linux Foundation หนึ่งในโปรเจกต์การออกแบบระบบ Container ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมา โดยเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนในปีที่ผ่านมา ตัวเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งใหม่ที่มีการพัฒนาขึ้นซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากตัวอื่นคือมีขนาดเล็ก ตัวโครงสร้างออกแบบมาแบบ Open governance โดยตัวOCI นี้ถูกใช้อย่างกว้างขวางในองค์กรชั้นนำ เช่น Amazon Web Services, Docker, CoreOS, Microsoft, VMware, EMC เป็นต้น จะเห็นได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ส่วนมากให้ความสำคัญกับระบบนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน

เรามาทำความเข้าใจเพิ่มเติมว่าโปรเจกต์ OCI นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของ Docker ถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มนักพัฒนาที่ให้ความสนใจ container-based virtualization ซึ่งถือได้ว่าเป็นทางเลือกสำหรับหลายองค์กรที่ต้องการระบบที่ได้คุณภาพ เป็นอีกทางเลือกที่ดีที่สุดของการลบล้างข้อจำกัดในความสามารถด้าน Portability ของแต่ละ Application ใน Multiple environments

ในอนาคตมีการวางแผนต่อยอดและพัฒนาต่อสำหรับการไปถึงเป้าหมายของการพัฒนาโปรเจกต์นี้ สร้างมาตรฐานให้กับ Container และแพลตฟอร์ม Container ใหม่ๆ ซึ่งในอนาคตจะมีการเปิดกว้างอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นเพื่อให้รองรับและสามารถนำมาใช้กับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ระบบฮาร์ดแวร์ ได้อย่างหลากหลายโดยที่ผู้ใช้สามารถใช้บริการได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อผูกมัดกับระบบ Orchestration Stack หรือองค์กรเชิงพาณิชย์รายใดรายหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นความมุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ได้ตามความมุ่งหวังต่อไป

Public Cloud อีกก้าวของการจัดการธุรกิจ

บริการ Cloud มี 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ คลาวด์สาธารณะ หรือ Public Cloud และ คลาวด์สำหรับองค์กร หรือ Private Cloud ซึ่งชื่อก็บอกเราถึงความแตกต่างกัน ของ Public Cloud กับ Private Cloud

Public Cloud ซึ่งอยู่ภายใน Virtualised Environment โดยมีแหล่งทรัพยากรทางกายภาพร่วมกัน ซึ่งระบบ Public Cloud นี้ สามารถเข้าถึงได้ทางอินเตอร์เน็ต

ด้วยความที่ Public Cloud เป็นระบบที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ จึงทำให้ข้อดีของ Public Cloud นั้นมีอยู่หลายอย่าง ทั้งยังเหมาะกับผู้ใช้งานรายบุคคลที่ไม่ต้องการระบบ Infrastructure และระบบรักษาความปลอดภัยในระดับสูงเทียบเท่ากับ Private Cloud นอกจากนั้นองค์กรต่างๆ ก็สามารถนำ Public Cloud มาเสริมประสิทธิภาพการทำงานต่างๆ ขององค์กรได้

ซึ่งถ้าจะพูดถึงข้อดีและฟีเจอร์เด่นๆ ของ Public Cloud ก็จะดึงออกมาได้ดังนี้

Scale การทำงานได้ดีมาก โดยเราสามารถดึงทรัพยากรของ Public Cloud มาได้ตามที่ต้องการจากแหล่งทรัพยากรขนาดใหญ่ที่รันอยู่ ทั้งยังตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงการทำงานได้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ราคาไม่แพง เนื่องจากระบบ Public Cloud เป็นระบบปฏิบัติการส่วนกลาง และการจัดการทรัพยากรนั้นถูกแชร์ร่วมกันผ่านทาง Cloud อยู่แล้ว จึงทำให้ไม่ต้องปรับเปลี่ยน Server อะไรมากนัก ซึ่งบางครั้งก็มีให้ใช้กันได้แบบฟรีๆ ด้วยซ้ำไป เพื่อแลกกับการโฆษณาและผลประโยชน์อื่นๆ ของผู้ให้บริการ

คุ้มราคาค่าบริการ การคิดค่าบริการของ Public Cloud คือการจ่ายเท่าที่ใช้ โดยให้ผู้ใช้บริการเข้าใช้งานได้ตามต้องการ ในเวลาที่ต้องการเช่นกัน หลังจากนั้นจึงจ่ายค่าบริการในส่วนของทรัพยากรที่ใช้ไปนั้นๆ ตามสัดส่วน

ไม่เคยล้มเหลว Server และ Network จำนวนมากที่อยู่ใน Public Cloud จะมีการเซ็ตระบบไว้ให้พร้อมก่อน ซึ่งต่อให้ระบบทางกายภาพส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานล้มเหลว บริการ Cloud นี้ก็ยังสามารถทำงานต่อไปบนระบบที่เหลือได้โดยไม่เกิดผลกระทบใดๆ

มีความยืดหยุ่นสูง ปัจจุบัน Public Cloud รองรับการเข้าถึงจากทุกอุปกรณ์ที่สารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ซึ่งสารถเติมเต็มได้ทุกวัตถุประสงค์การใช้งาน และสะดวกรวดเร็วในการเข้าถึงเป็นอย่างมาก ทำให้มีเวลาในการไปพัฒนาองค์กรในส่วนอื่นๆ ได้อีก

ใช้ได้ทุกสถานที่ อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Public Cloud เข้าถึงได้จากทุกที่ที่มีอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจึงไม่ใช้เรื่องยากเลยที่จะเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ ซึ่งเป็นประโยชน์กับทั้งในยามปกติและยามฉุกเฉินที่จะต้องรีบเข้าถึงข้อมูลในยามจำเป็น ทั้งยังสามารถทำงานร่วมกันบน Online Ducument จากหลายๆ ที่ก็ได้เช่นกัน

เห็นข้อดีของ Public Cloud ว่ามีมากมายขนาดนี้ เชื่อได้เลยว่าในอนาคต Public Cloud เองจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจก้าวหน้าขึ้น และเป็นองค์กรที่เลือกใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้แน่นอน

 

Cloud Computing เบื้องต้น

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยี Cloud Computing ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกับผู้ประกอบธุรกิจที่ได้นำแพลตฟอร์มต่างๆ ของ Cloud Computing นำมาสร้างรายได้ให้กับบริษัทหรือหน่วยงานของตนเอง และวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก Cloud Computing ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น จากศัพท์ที่พบได้ทั่วไปในวงการ Cloud

 

Hybrid Cloud คืออะไร?

Hybrid Cloud คือ ระบบ Infrastructure ใดๆ ก็ตามที่มีการรวมเอาการทำงานของ Private Cloud และ Public Cloud เข้าไว้ด้วยกัน โดย Cloud ทั้ง 2 โมเดลจะร่วมกันจัดการด้าน Provisioning, Resource, และ Service ต่างๆ ให้เหมาะสมกับผู้เช่าใช้ที่สุด โดย Hybrid Cloud มีความ Flexibility และ Portability สูง สามารถทำงานได้กับหลายระบบปฏิบัติการ ที่สำคัญคือ Solution นี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากมีการทำงานด้วยระบบ Encrypted Technology (เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล)

Digital Transformation คืออะไร?

Digital Transformation คือ การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ทันสมัยกว่า ด้วยวิธีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้ในองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น ซึ่งแนวทางการทำงานขององค์กรจะเปลี่ยนไปตามรูปแบบของ Cloud, Social Network, Mobile Platform และ Big Data ที่นำมาใช้งาน โดยมีลักษณะเป็น Data-Driven มากกว่าเดิม หรือมีแรงผลักดันมาจากข้อมูลนั่นเอง

Cloud-Native Applications คืออะไร?

Cloud-native applications คือ โครงสร้าง Application สมัยใหม่ ที่มีมาตรฐานร่วมกัน โดดเด่นด้านความรวดเร็วในการทำงาน สามารถทำงานได้ในทุก Infrastructure ไม่ยึดติดกับ Cloud แบบใดแบบหนึ่ง และมีประสิทธิภาพการ Scalable สูง คือ สามารถทำการ Scale up และ Scale down ได้อย่างรวดเร็ว

Infrastructure as a Service (IaaS) คืออะไร?

IaaS คือ บริการที่ให้เราเข้าถึงระบบ IT Infrastructure รวมไปถึงพวก Resources ต่างๆ เช่น Storage, Network, และ Compute ที่เราต้องการใช้เพื่อรัน Workload ได้แบบ On-demand สามารถเข้าถึงและเลือกใช้ได้ตามใจชอบ โดยจ่ายค่าบริการราคาไม่แพง อิงตามปริมาณการใช้งานจริงเท่านั้น

Platform as a Service (PaaS) คืออะไร?

PaaS คือ Cloud-Based Environment ที่เราสามารถเช่าใช้งานเพื่อพัฒนา ทดสอบ รัน จัดการหรือปรับแต่ง Application เป็นการบริการสภาพแวดล้อมสำหรับ Development โดยที่เราไม่ต้องวุ่นวายเสียเวลาและเสียเงินไปกับการซื้อ สร้าง ดูแล และจัดการ Infrastructure ซึ่งนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังช่วยให้ทำงานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น สามารถเปิดตัว Application ออกสู่ตลาดได้ทันใจ

นี่เป็นเพียงคำศัพท์พื้นฐานน่ารู้ในเบื้องต้นเท่านั้นสำหรับผู้ที่กำลังสนใจเรื่อง Cloud Computing อย่างไรก็ดีจะเห็นได้ว่าบริการ Cloud Computing นำเสนอทางเลือกช่วยประหยัดและช่วยให้ทำงานไวขึ้น สามารถเก็บเกี่ยวกำไรได้อย่างเต็มที่ แถมด้วยค่าเช่าบริการที่ไม่แพง ชวนให้ผู้ประกอบการทั้งหลายต้องนำ Cloud Computing มาปรับใช้กันบ้างเสียแล้ว

Cloud Computing อีกหนึ่งรูปแบบบริการคลาวน์ที่คุณต้องรู้

ในทุกวันนี้องค์กรส่วนใหญ่มักใช้วิธีการเช่าคอมพิวเตอร์ในการใช้งานมากขึ้น สาเหตุก็เพราะเพื่อที่จะได้ไม่ต้องซื้อ Hardware และ Software เอง และข้อดีอีกอย่างก็คือ บริการคลาวน์แบบ Cloud Computing จะช่วยลดต้นทุนและความยุ่งยากในด้านโปรแกรมเมอร์ไปได้มากทีเดียว

และผู้ใช้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆในอินเทอร์เน็ตอย่างง่ายดาย เพียงแค่มีโทรศัพท์มือถือ จึงเป็นที่มาว่าทำไม ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือรวมไปถึงสถาบันการศึกษาในไทยจึงหันมาใช้บริการ Cloud Computing มากขึ้น และจุดเด่นของการใช้บริการคลาวน์ Cloud Computing อยู่ที่ความรวดเร็ว

หากองค์กรหรือธุรกิจใดต้องการที่ขยาย Server ก็สามารถทำได้ทันท่วงที จึงเหมาะมากกับการเติบโตของธุจกิจออนไลน์ปัจจุบัน และนั่นก็รวมไปถึงค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon Web service เมื่อปีที่แล้วได้หันตัวมาเปิดตัวบริการคลาวน์ข้อมูลตลาดสำหรับนักวิจับและแพทย์ขึ้น และสิ่งนี้จะช่วยให้นักวิจัยต่างๆสามารวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลประชากร และการแสดงออกของยีนได้อย่างแม่นยำในเชิงและมันเป็นประโยชน์อย่างมากในเรื่องเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดในตอนแรกอาจจะเปิดให้ใช้บริการคลาวน์ตัวนี้ฟรี

ในอนาคตอันใกล้จะมีแนวโน้มที่ผู้วิจัยหรือแพทย์จะให้ความนสนใจและ  Amazon Web Services จะเติบโตเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่เลยทีเดียว จะเห็นได้ว่า Cloud Computing ช่างเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังมาแรงในอนาคตอย่างแน่นอนซึ่งบริการคลาวน์ตัวนี้จะต้องสตอบสนองกับ SME เมืองไทยและ start up ไม่มากก็น้อยพราะถือว่าเป็นช่องทางที่ช่วยลดเงินได้มากเพราะไม่ต้องเสียเงินจ้างพนักงานดูแลระบบเมื่อเราอัพเกรดระบบใหม่ๆก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาในการออกแบบใหม่ เพราะบริการคลาวน์จะช่วยจัดการให้

ครบวงจร ครอบคลุมทุกเรื่อง Cloud Computing ด้วย Cloud Training

ปัจจุบันนี้ Cloud Computing ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้ปัญหาให้กับองค์กรเป็นอย่างมาก เพราะว่าเจ้าระบบนี้มีความพิเศษตรงที่ สามารถสร้าง Data Foundation ที่แข็งแกร่ง รวดเร็ว ได้ถูกต้องแม่นยำระบบประเมินผลแบบ Real-Time พร้อม Data Management Platform ที่สามารถทำงานร่วมกับ Big data ได้ ถ้าต้องการสร้าง Application Data-Driven ก็สามารถทำได้ทันที จบปัญหาการติดต่อสื่อสารผิดพลาด ล่าช้า

ยกตัวอย่างแม้แต่ฝ่าย  HR (ฝ่ายทรัพยากรบุคคล) ของแต่ละองค์กรที่ดูเหมือนไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ เพราะเป็นฝ่ายที่ทำงานเกี่ยวกับข้อมูลและเอกสาร Cloud Computing ยังเข้ามามีส่วนช่วยในการประมวลผลข้อมูลการสมัครงาน เอกสารการเดินเรื่องภายใน รวมถึงตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

และในช่วงปี 2016 – 2020 นี้ความยืดหยุ่นด้าน IT Solution จะขยายอาณาเขตจากองค์กรธุรกิจเข้าไปช่วยในสถาบันการศึกษา เพราะโครงสร้างพื้นฐานระบบ Cloud ที่ได้รับการออกแบบอย่างดีและพิถีพิถันไม่เพียงแต่จะทำให้ครูและนักเรียนมีเครื่องมือทางเทคโนโลยีล่าสุดไว้ใช้ แต่ยังจะช่วยสร้างความเท่าเทียมในด้านการศึกษา เนื่องจากสำหรับ Cloud Computing แล้ว ไม่ว่าสถาบันนั้นจะมีขนาดเล็ก หรือมีงบประมาณจำกัดแค่ไหน ก็ยังสามารถเข้าถึงนวัตกรรมอันก้าวหน้านี้ได้

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า Cloud Computing เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากขึ้น มีความสำคัญในหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่บุคลากรจะหันมาเรียนรู้เรื่องราวของ Cloud และวิธีการเข้าถึงประโยชน์

โดย Cloud Training จาก NIPA.Cloud (บริษัท นิภา เทคโนโลยี จำกัด) ได้ตอบโจทย์ดังกล่าวด้วยการที่ NIPA.CLOUD ได้จับมือกับ Mirantis (training.mirantis.com) จัดอบรมความรู้เรื่องระบบ Cloud Training ในไทยและประเทศอาเซียน มีหลักสูตรการสอน Cloud Training, OpenStack Training ที่ครอบคลุมสำหรับนักพัฒนาซอฟแวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที โดยเฉพาะด้าน Cloud OpenStack ผู้ดูแลระบบ และผู้จัดการระบบพร้อม รับประกันเนื้อหาใช้หลักสูตรการสอนทั้งหมดจาก Mirantis ทั้งหมดที่ได้รับการพัฒนาจากวิศวกรมากกว่า 200 ท่าน

 

สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ training.nipa.cloud

ทำความรู้จักกับกระบวนการทำงานของ ระบบ Cloud

Cloud (คลาวด์) หลายคนคงเคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง เพราะตอนนี้ ระบบ Cloud กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สำหรับใครที่ยังไม่รู้ แต่แค่เคยได้ยิน และอยากทำความเข้าใจว่าระบบ Cloud คืออะไร ทำงานอย่างไร วันนี้เราจะคุณไปรู้จักกับ Cloud (คลาวด์) กันนะคะ

มันคือเทคโนโลยีตัวหนึ่ง ขอยกตัวอย่างการทำงานของ Cloud (คลาวด์) ที่ใกล้ตัวก็คือ คุณใช้ iPhone แต่เมื่อคุณใช้ iPad ทุกอย่างบน iPhone คุณไปอยู่บน iPad Auto หรือแม้การเปลี่ยนโทรศัพท์เพียง Login iCloud ทุกอย่างก็กลับมาหมด อย่างนี้เป็นเรื่องใกล้ตัวของมนุษย์มากขึ้น

เสมือนเหมือนกับ Server ที่มีไว้เก็บข้อมูลในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ตอบโจทย์กับยุคเทคโนโลยีอย่างมาก ตอนนี้ Cloud (คลาวด์) กลายเป็นส่วนที่สำคัญมากทีเดียวกับบริษัทใหญ่ ผู้ใช้บริการ Cloud ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลอย่างรอบคอบ Cloud (คลาวด์) ในที่นี้เรียกว่า Private Cloud   หรือเรียกง่ายๆว่า Cloud (คลาวด์)

ส่วนตัวใช้ในแต่ละแผนกขององค์กรเข้ามาใช้งานได้ ในต่างประเทศนิยมใช้  Cloud (คลาวด์) เป็น Server มาก เพราะเวลาเราไม่ได้ไปทำงานในออฟฟิศ ก็สามารถซิงค์ข้อมูลกับอุปกรณ์และสามารถทำงานที่บ้านได้

อย่างไรก็ตาม  Cloud (คลาวด์) ก็พยายามเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยในวงไอทีธุรกิจมากขึ้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอย่างมาก แต่ Cloud (คลาวด์) ก็ยังเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ให้มนุษย์ได้สะดวกสบาย เพราะ Cloud (คลาวด์) สามารถเรียกข้อมูลคืนได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องเสียเวลาไปให้ร้านหรือคนที่เป็นไอทีมาแก้ไขให้ เพียงแต่เรา Login ในระบบ Cloud ก็สามารถกู้ข้อมูลมาได้อย่างง่ายดาย

เรียกได้ว่าเราสามารถแก้ปัญหาเองได้อย่างง่ายดาย  เห็นไหมละค่ะว่า Cloud (คลาวด์) คือเรื่องใกล้ตัวและมีอิทธิพลอย่างมากในการใช้ชีวิตในการทำงานของเรา

training.nipa.cloud เปิดคอร์ส เปิดหลักสูตร ฝึกอบรม Cloud OpenStack หลักสูตรและวิทยากรได้รับการรับรองจาก Mirantis หลักสูตรอบรมเป็นภาษาไทย งานสัมมนาด้านเทคโนโลยี Cloud

Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก

ทุกวันนี้โลกของเราก้าวเข้าสู่ระบบดิจิตอล(Digital) เกือบจะเต็ม 100% ในทุกมุมโลก จากเมื่อก่อนที่เป็นระบบ อนาล็อก(Anlog) ทุกอย่างจะถูกทำไปอย่างช้าๆอย่างเป็นระบบ

ตัวอย่างเช่น การสื่อสารที่ต้องติดต่อกันครั้นในอดีตจะมีระยะเวลาที่นานมากจนทำให้บางครั้งบางเหตุการณ์ช้าเกินไปที่จะรับรู้ได้ทั้งหมด แต่ในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นระบบดิจิตอล (Digital) ที่ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว จากการสื่อสารที่ต้องใช้ระยะเวลาในการส่งนาน เดี๋ยวนี้ใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น  นั่นแสดงถึงความเจริญก้าวหน้าทางเทคโยโลยีของโลกก็ว่าได้ Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก ได้ตระหนักถึงความสำคัญของยุคดิจิตอลในปัจจุบันที่กำลังพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจึงทำให้ Mirantis ก้าวเข้ามาเป็นองค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลกในทุกวันนี้ได้

ในเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จักระบบคลาวด์(Could Stytem) อย่างแน่นอน มันคือระบบคลังข้อมูลที่เป็น Database ขนาดมหึมา คอยเก็บข้อมูลข่าวสารต่างๆไว้อย่างเป็นระบบ พร้อมนำข้อมูลเหล่านั้นส่งต่อให้กับบุคคลที่เข้าถึงฐานระบบข้อมูลและสามารถดึงไปใช้ได้ทั่วทุกมุมโลกทุกที่ทุกเวลาเลยทีเดียว ซึ่งองค์กรที่ดำเนินการธุรกิจด้านนี้อย่างมีความสามารถและยิ่งไปกว่านั้นถือเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญระดับต้นของโลกอย่าง Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก เป็นที่น่าจับตามองของคนที่อยู่ในวงการคลาวด์ (Could Stytem) อย่างมาก Mirantis องค์กรขนาดใหญ่ด้านความเชี่ยวชาญพร้อมความสามารถด้านการบริการและความเชี่ยวชาญของระบบ Data Center ของธุรกิจคุณ

เปิดประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับคลาวด์ (Could Stytem) ไปกับ Mirantis องค์กรคลาวด์ชั้นนำระดับโลก พร้อมจับมือร่วมกับ Nipa Technology ได้แล้ววันนี้ สงใจลงทะเบียน คลิก https://training.nipa.cloud/th/home/

Cloud training by Nipa Technology

จากบทความ รู้จักคลาวด์ คลังเก็บข้อมูลช่วยคุณเดินหน้าธุรกิจ ก่อนหน้านี้ ทำให้หลายท่านเริ่มเข้าใจแล้วว่า Cloud (คลาวด์) มีหน้าที่ทำอะไร? แต่นั่นแหละคำถามที่ตามมาก็คือ แล้วระบบ คลาวด์ ตัวนี้สามารถศึกษาได้จากที่ไหนบ้าง วันนี้เราจึงมีสิ่งดีดีที่อยากจะนำมาฝากทุกท่าน Cloud training by Nipa Technology เปิดประสบการณ์ใหม่ไปกับเราได้ที่นี่ครับ

Cloud training by Nipa Technology ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน มากกว่า 5 ปี ทำให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ Cloud (คลาวด์) และได้เปิด คอร์สการเรียนการสอน Cloud training by Nipa Technology ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่อยากเรียนรู้จาก ผู้เชียวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานจริง มาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับระบบ Cloud (คลาวด์) ที่มีคุณภาพและถูกอัดแน่นไปด้วยความรู้ทางด้าน Cloud (คลาวด์) โดยคอร์สที่บริษัทเปิดนั้นคือ Cloud training by Nipa Technology การันตีด้วยผลตอบรับที่มีผู้คนให้ความสนใจ มากถึง 15,000 คน รวมไปถึงความสนใจจากบริษัทแนวหน้าของประเทศไทย ที่เข้าร่วมในงานสัมมนา Cloud training by Nipa Technology มากถึง 100บริษัท นั่นแสดงให้เห็นว่า ในอีกไม่กี่ 10 ปีข้างหน้า Cloud training by Nipa Technology จะช่วยตอบโจทย์การทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ ธุรกิจ StartUp, ธุรกิจSME หรือแม้กระทั่ง Agency จากองค์กรชั้นนำระดับโลก ต้องเข้าใจในการทำงานของระบบ Cloud (คลาวด์) อย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและดึงเอาประสิทธิ์ภาพของระบบ Cloud (คลาวด์) ให้ออกมาใช้งานได้มากที่สุดกับเงินที่ลงทุนไปนั่นเอง

ดังนั้น คอร์สการเรียนการสอน Cloud training by Nipa Technology จึงเป็นจุดประกายเล็กๆและทำให้ท่านเข้าใจในระบบ Cloud (คลาวด์) อย่างแท้จริง เผยสิ่งทีคุณไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมทั้งมาแชร์ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นกับระบบของท่านให้เราได้แล้ววันนี้ Cloud training by Nipa Technology เข้าใจธุรกิจเข้าใจคลาวด์

Cloud Computing เทคโนโลยีสมัยใหม่แห่งอนาคต

Cloud คือเทคโนโลยีที่เริ่มต้นมาจากการทำ Virtualization ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจนให้ผู้ใช้งานสามารถให้บริการตัวเองได้ บริการคลาวด์ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่ฝากไฟล์ไว้บนอินเทอร์เน็ต แต่ครอบคลุมถึงการให้ใช้กำลังในการประมวลผล หน่วยความจำ และพื้นที่การจัดเก็บข้อมูล คลาวด์ช่วยลดต้นทุน ประหยัดเวลา และยังเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น โดยมีบริการคลาวน์ 3 รูปแบบใหญ่ๆ ดังนี้

1.Software as a Service (SaaS) เป็นการให้บริการคลาวด์ด้านซอฟต์แวร์หรือแอพพลิเคชั่น ผ่านทางอินเทอร์เน็ต ช่วยทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเงินจ้างทำระบบคอมพิวเตอร์ สามารถใช้ได้ทุกพื้นที่ไม่จำกัด ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่เราใช้เป็นประจำ เช่น Gmail Google Docs หรือ Google app โดยการใช้งานไม่จำเป็นต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ลงบนเครื่อง สามารถใช้งานผ่าน Cloud ได้เลย สามารถทำที่ไหนหรือใช้คอมพิวเตอร์เครื่องไหนก็ได้ หรือสามารถแชร์งานกับเพื่อนๆ ได้

2.Platform as a Service (PaaS) การให้บริการด้าน Platform การบริการจะมีการเตรียมข้อมูลเพื่อพัฒนา Software และ Application เอาไว้ให้เรียบร้อย สามารถไปใช้ได้เลย ช่วยลดต้นทุนและประหยัดเวลาที่ใช้ในการพัฒนาซอฟท์แวร์ เช่น Google App Engine, Web Application, Snapchat เป็นต้น

3.Infrastructure as a Service (IaaS) การให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ( Infrastructure) และระบบการจัดเก็บข้อมูลขององค์กร (Storage) เพื่อรองรับการใช้งาน Software และ Application เช่น บริการ Cloud storage อย่าง DropBox ซึ่งให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูล

ดังนั้นในปัจจุบันผู้คนจึงนิยมเก็บข้อมูลไว้บนคลาวด์อย่างแพร่หลาย ระบบคลาวด์ถูกออกแบบมาให้รองรับการขยายตัวของระบบได้ง่าย เพื่อรองรับปริมาณและความต้องการของผู้รับบริการคลาวด์ ด้วยความสะดวกรวดเร็ว และสามารถเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมาก เราสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลาทุกอุปกรณ์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หมดกังวลเรื่องข้อมูลจะหาย นอกจากนี้ยังประหยัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นต้องซื้อแฟลชไดร์ฟหรือ Memory Card ที่สำคัญปลอดภัยจากไวรัสแน่นอน

สรุปวิเคราะห์ผลบอลแมทซ์แรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018

สรุปวิเคราะห์ผลบอลแมทซ์แรกในพรีเมียร์

สำหรับทีมฟุตบอลที่พบกันเป็นคู่แรกในในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018 นั่นคือ อาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี้ สรุปวิเคราะห์ผลบอลเริ่มจากแผนในการเล่นที่พบกัน อาร์เซนอลใช้แผนในการเล่นเป็นแผนเกมรุก 3-4-2-1 ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้เลือกใช้แผนการเล่นที่ไม่เน้นเกมรุกแบบ 4-4-1-1 สถิติการพบกันระหว่างอาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่ปี 2014 ทั้งหมด 6 นัดที่แข่งกัน อาร์เซนอลเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 4 นัด อีก 2 นัดเสมอกัน

จากการสรุปวิเคราะห์ผลบอลย้อนหลัง อาร์เซนอลชนะตลอด 5 นัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในขณะที่เลสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้ชัยชนะเลยทั้งหมด 19 เกมจาก 21 เกมเยือนล่าสุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และจากการสรุปทัศนคติวิเคราะห์ผลบอลก่อนเปิดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018 อาร์เซนอลชนะ 9 เกมรวด ณ สนามเวมบลีย์ หลังจากเอาชนะเชลซีในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างดีสำหรับอาร์เซนอล ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้ การเล่นยังไม่เข้าที่เข้าทางอย่างที่ตั้งเป้าได้ แต่ก็จบเกมอุ่นเครื่องด้วยชัยชนะกลัดบัคได้ 2-1 ก่อนจะเปิดฤดูกาล 2017-2018 ทำให้ใครหลายคนมองว่าอาร์เซนอลเป็นต่อเลสเตอร์ ซิตี้อย่างมาก แต่จากสถิติอาร์เซนอลชนะเกมเปิดลีกได้แค่เกมเดียวจาก 7 ปีล่าสุดเท่านั้น

สรุปผลการวิเคราะห์ผลบอลหลังจากจบเกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกระหว่างอาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมนี้เป็นไปตามที่ได้สรุปวิเคราะห์ผลบอลไว้ก่อนหน้า นั่นคือ อาร์เซนอลชนะเลสเตอร์ ซิตี้ด้วยคะแนน 4-3 บทสรุปวิเคราะห์ผลบอลจะเห็นได้ว่าแนวรุกของอาร์เซนอลสามารถพังแผนรับของเลสเตอร์ซิตี้ได้ แต่เลสเตอร์ ซิตี้ก็ไม่ได้อ่อนข้อให้อาร์เซนอลสามารถรุกและรับได้อย่างดี ทำให้ฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเปิดตัวด้วยความมันส์ทำให้แฟนๆลูกหนังเชียร์บอลสนุกสนานกันตั้งแต่เริ่มเปิดฤดูกาล

สรุปวิเคราะห์ผลบอลแมทซ์แรกในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018

สำหรับทีมฟุตบอลที่พบกันเป็นคู่แรกในในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018 นั่นคือ อาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี้ สรุปวิเคราะห์ผลบอลเริ่มจากแผนในการเล่นที่พบกัน อาร์เซนอลใช้แผนในการเล่นเป็นแผนเกมรุก 3-4-2-1 ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้เลือกใช้แผนการเล่นที่ไม่เน้นเกมรุกแบบ 4-4-1-1 สถิติการพบกันระหว่างอาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี้ตั้งแต่ปี 2014 ทั้งหมด 6 นัดที่แข่งกัน อาร์เซนอลเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ได้ถึง 4 นัด อีก 2 นัดเสมอกัน

จากการสรุปวิเคราะห์ผลบอลย้อนหลัง อาร์เซนอลชนะตลอด 5 นัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ในขณะที่เลสเตอร์ ซิตี้ไม่ได้ชัยชนะเลยทั้งหมด 19 เกมจาก 21 เกมเยือนล่าสุดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และจากการสรุปทัศนคติวิเคราะห์ผลบอลก่อนเปิดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-2018 อาร์เซนอลชนะ 9 เกมรวด ณ สนามเวมบลีย์ หลังจากเอาชนะเชลซีในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้เป็นอย่างดีสำหรับอาร์เซนอล ส่วนเลสเตอร์ ซิตี้ การเล่นยังไม่เข้าที่เข้าทางอย่างที่ตั้งเป้าได้ แต่ก็จบเกมอุ่นเครื่องด้วยชัยชนะกลัดบัคได้ 2-1 ก่อนจะเปิดฤดูกาล 2017-2018 ทำให้ใครหลายคนมองว่าอาร์เซนอลเป็นต่อเลสเตอร์ ซิตี้อย่างมาก แต่จากสถิติอาร์เซนอลชนะเกมเปิดลีกได้แค่เกมเดียวจาก 7 ปีล่าสุดเท่านั้น

สรุปผลการวิเคราะห์ผลบอลหลังจากจบเกมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกระหว่างอาร์เซนอล และ เลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมนี้เป็นไปตามที่ได้สรุปวิเคราะห์ผลบอลไว้ก่อนหน้า นั่นคือ อาร์เซนอลชนะเลสเตอร์ ซิตี้ด้วยคะแนน 4-3 บทสรุปวิเคราะห์ผลบอลจะเห็นได้ว่าแนวรุกของอาร์เซนอลสามารถพังแผนรับของเลสเตอร์ซิตี้ได้ แต่เลสเตอร์ ซิตี้ก็ไม่ได้อ่อนข้อให้อาร์เซนอลสามารถรุกและรับได้อย่างดี ทำให้ฤดูกาลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเปิดตัวด้วยความมันส์ทำให้แฟนๆลูกหนังเชียร์บอลสนุกสนานกันตั้งแต่เริ่มเปิดฤดูกาล