คลังเก็บหมวดหมู่: ทั่วไป

ของที่ระลึกยอดนิยมในงานอีเว้นท์

งานอีเว้นท์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ต งานสัมนา งาน Market หรือแม้แต่งานแต่ง ก็ต้องมีของที่ระลึกทั้งนั้น บางงานก็มอบให้กับแขกฟรี หรือบางงานก็มีจำหน่ายของที่ระลึกเหล่านี้หน้างาน ซึ่งสำหรับผู้จัดงานอีเว้นท์แล้ว ของที่ระลึกหน้างานก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการทำการตลาดนั่นเอง ลองสังเกตดูได้ว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะมีไอเทมเหล่านี้เป็นหนึ่งในของที่ระลึกเวลามีงานอีเว้นท์เหมือนกัน

– กระเป๋าผ้า

ช่วงนี้เทรนด์รักษ์โลก รักษ์ธรรมชาติกำลังมา และคนส่วนใหญ่ก็หันมารณรงค์เรื่องนี้มากขึ้น ทำให้มีผู้คนเริ่มหันมาใช้กระเป๋าผ้า ถือเป็นการเริ่มต้นในการดูแลสิ่งแวดล้อมง่ายๆ ใกล้ตัวด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกระเป๋าผ้าถึงเป็นสิ่งที่ผู้จัดงานอีเว้นท์รีเควสกัน

– ปฏิทิน

ดูเหมือนเป็นไอเทมที่ไม่มีใครอยากได้ใช่ไหมคะ แต่ปฏิทินก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่แทบทุกคนต้องใช้ ยิ่งคนทำงานนี่ของสำคัญเลยนะคะ ซึ่งคนส่วนใหญ่ รวมถึงตัวแอดมินเองก็ไม่ค่อยออกไปหาซื้อกัน เพราะจะได้มาจากการแจกของที่ระลึกนี่แหละค่ะ หรือถ้ามีงานอีเว้นท์ไหนที่มีทำเป็นของที่ระลึกก็จะซื้อกลับมาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงานเลย

– ที่รองแก้วน้ำ

สายออฟฟิศน่าจะชอบกันนะคะ หลายคนน่าจะมีติดโต๊ะไว้สักแน่ๆ ซึ่งที่รองแก้วสามารถผลิตออกมาให้มีดีไซน์สวยงามเหมาะแก่การเป็นของที่ระลึกได้ แถมใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันอีกด้วย บอกเลยว่าแค่ออกแบบมาให้ดึงดูดใจผู้เข้าร่วมงานได้ แปลกใหม่

– ที่ติดโทรศัพท์

กำลังเป็นที่นิยมเลยในช่วงนี้ ซึ่งมันมีหลายรูปแบบ ทั้งแบบห่วง หรือแบบแท่นยื่น ให้เราสามารถถือ และตั้งโทรศัพท์ของเราได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถสั่งทำแบบเฉพาะได้เลย อาจะดีไซน์ออกมาให้แปลกใหม่หรือแตกต่างจากเดิมก็ได้นะคะ ที่ติดโทรศัพท์จึงเป็นอีกไอเดียที่หลายๆ ผู้งานอีเว้นท์เลือกเลย เพราะมันสามารถใช้งานได้จริงนั่นเอง

– ที่เก็บหูฟัง

เชื่อว่าแทบทุกคนต้องมีหูฟังติดไว้ในกระเป๋าอยู่แน่นอน ผู้จัดงานอีเว้นท์หลายคนจึงเลือกที่เก็บหูฟังนี่แหละค่ะมาเป็นของที่ระลึก เพราะเชื่อว่าไม่ค่อยมีใครพับเก็บหูฟังเรียบร้อยหรอกใช่ไหมคะ ขนาดแอดมินยังยัดลงกระเป๋าตลอดเลยค่ะ จะใช้ทีก็แกะกันนานเลย ถ้ามีที่เก็บหูฟังดีดี น่ารักๆ สักอันติดกระเป๋าก็คงจะดี ถ้าผู้จัดคนไหนกำลังหาของที่ระลึกอยู่ อย่าลืมเก็บไอเทมนี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนะคะ

และนี่คือไอเทมที่เหล่าผู้จัดงานอีเว้นท์ส่วนใหญ่เลือกให้เป็นของที่ระลึกประจำงานกัน ใครที่กำลังจะจัดงาน และยังนึกไม่ออกว่าจะใช้อะไรเป็นของที่ระลึก

รู้จักกับ WordPress โปรแกรมที่จะช่วยให้คุณสร้างเว็บไซต์ได้ด้วยตัวเอง

บทความนี้ เราจะมาพูดถึง เว็บไซต์สำเร็จรูปอย่าง WordPress เป็นโปรแกรมที่จะช่วยให้การสร้างเว็บไซต์ของคุณเป็นเรื่องง่ายๆ ที่คุณสามารถสร้างเว็บขึ้นมาเองได้ สำหรับใครที่ต้องการทำบล็อกส่วนตัว อยากเริ่มต้นทำเว็บไซต์ หรือเขียนเว็บไซต์เป็นของตัวเอง แต่ไม่มีความรู้ในเรื่องของการเขียนโค้ดเว็บ และไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี ลองมาทำความรู้จักกับโปรแกรมที่ชื่อ WordPress กันเถอะค่ะ เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจ แถมยังช่วยให้การสร้างเว็บไซต์กลายเป็นเรื่องง่ายๆ ได้อย่างแน่นอน

WordPress คือโปรแกรมสำเร็จรูปที่เอาไว้สร้าง และจัดการเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต (Contents Management System หรือ CMS) โดยที่เราไม่ต้องมานั่งสร้างเว็บไซต์ หรือเขียนโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ เช่น PHP HTML หรือ CSS แต่ WordPress สามารถใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตได้ทันที คุณจึงสร้างเว็บไซต์ได้โดยที่ไม่ต้องมีความรู้เรื่องภาษาคอมพิวเตอร์

สร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress ดีอย่างไร?

  • สะดวกต่อการใช้งาน เพราะไม่ต้องเริ่มสร้างเว็บจาก 0 และไม่ต้องเสียเวลาศึกษาโค้ดภาษาคอมพิวเตอร์ เพราะระบบมีทุกอย่างไว้ให้แล้ว
  • มีธีมให้เลือกใช้เยอะ ทั้งธีมแบบฟรีและธีมแบบพรีเมี่ยม สามารถดาวน์โหลดธีมฟรีได้จาก https://wordpress.org/themes/ แต่ถ้าอยากได้ฟังก์ชันเสริม การซัพพอร์ตจากผู้เขียนธีม หรือเรื่องของการอัปเดตเพิ่มเติม ธีมพรีเมี่ยมจะตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้มากกว่า สามารถซื้อและดาวน์โหลดธีมพรีเมี่ยมได้จาก Themeforest.net
  • มี Plugin ให้ใช้อย่างหลากหลาย ซึ่ง Plugin จะทำหน้าที่เป็นส่วนเสริมเพิ่มคุณสมบัติให้กับเว็บไซต์ เช่น ทำให้ภาพสไลด์ได้, ช่วยสนับสนุนการทำ SEO หรือแบ่ง Layer เว็บไซต์ เป็นต้น
  • อัปเดตง่าย สม่ำเสมอ และเต็มไปด้วยสุดยอดนักพัฒนา

WordPress ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเว็บหลายรูปแบบ ใช้งานง่ายเพียงแค่กำหนดข้อมูลตามส่วนต่างๆ ก็เรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้เว็บดูสมบูรณ์แบบได้ก็คือธีม ซึ่งเราสามารถเลือกประเภทของธีมให้เข้ากับรูปแบบการใช้งานที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องตั้งค่าอะไรมากมาย

ประเภทของธีมจะมีให้เลือกหลายแนวมาก ไม่ว่าจะเป็น Blog, Portfolio, Business, eCommerce เป็นต้น แต่ถ้าหากใครยังนึกไม่ออกว่า WordPress จะสามารถทำเว็บแบบไหนได้บ้าง สามารถกดเข้าไปดู Demo หรือ Preview เพื่อดูหน้าตาการสร้างเว็บแต่ละแบบก่อนก็ได้เช่นกัน

4 ข้อดีเปิดร้านในไลน์ของ Line Shop

ณ ปัจจุบันนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก แอปพลิเคชัน Line เลย เพราะนอกจากจะเป็นแชทยอดฮิต ยังมีนักธุรกิจหลายเจ้าเข้ามาบุกทำการตลาดออนไลน์บน Line กันอย่างมาก

ในช่วงที่ผ่านมาแอปพลิเคชัน Line มีการพัฒนาบริการใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดกับ Line Shop ศูนย์รวมร้านค้าแห่งใหม่บนโลกออนไลน์ แน่นอนว่าทั้งแบรนด์ดัง ๆ ดารา หรือ แม้แต่เซเลบเองก็หันมาเปิดร้านในไลน์กันมากขึ้น

หลายคนคงสงสัยว่า Line Shop นั้นดียังไง ? ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องนี้กัน เพื่อให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้หายข้องใจว่าทำไมใคร ๆก็หันมาเปิดร้านในไลน์เพิ่มขึ้น

ซึ่งความจริงแล้วข้อดีของ Line Shop นั้นมีมากมายแต่ในวันนี้เราจะขอยกข้อเด่น ๆ มา 4 ข้อ มาดูกันว่ามีข้อดีอะไรบ้าง

  1. เปิดให้บริการฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย

คุณสามารถใช้บริการ Line Shop ได้ฟรี ๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย ซึ่งประเภทสินค้าก็มีให้เลือกหลายหลายเช่นกัน และผู้ขายจะต้องไม่ขายสินค้าที่ผิดกฎของทาง Line Shop มิเช่นนั้นบัญชีอาจโดนแบนได้ทันที

  1. ระบบการซื้อขายสะดวกขึ้น

เป็นแอปพลิเคชันที่มี ระบบแชท ที่สะดวกมากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะร้านค้าใน Line Shop จะต้องผูกบัญชีลิงก์ไว้กับ Line ดังนั้นลูกค้าสามารถติดต่อเจ้าของร้านได้โดยตรง ระบบต่อมาคือ ระบบหลังบ้าน ที่ให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าได้สะดวกมากขึ้น สามารถกดสั่งได้ทันที แถมไม่ต้องพิมพ์ที่อยู่หลายครั้งหากลูกค้าสั่งสินค้าร้านเดิม และยังตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อย้อนหลังได้ ส่วนฝั่งร้านค้าสามารถสร้างใบสั่งซื้อส่งกลับไปได้ทันที ซึ่งเหล่าพ่อค้าแม้ค้าสามารถตรวจสอบออเดอร์ได้ตลอดเวลาทำให้หมดกังวลเรื่องการตอบข้อความตกหล่นไปได้เลย

  1. กิจกรรมและโปรโมชันใน Line Shop

หากผู้ขายกลัวว่าลูกค้าไม่เห็นโปรโมชันที่ทาง Line Shop โปรโมทให้ ผู้ขายสามารถโพสข้อความโปรโมทโปรโมชันบน Line Shop ไทม์ไลน์ได้เอง ที่สำคัญสามารถส่งโปรโมชันไปยังกลุ่มลูกค้าที่ติดตามร้านค้าได้

4.ร้านค้ามีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย

ในปัจจุบันมีข่าวเตือนภัยการซื้อ-ขาย บนโลกออนไลน์ให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทำให้บางร้านถูกลดความน่าเชื่อลงไปเพราะไม่มีใครมาการันตี ซึ่งร้านค้าใน Line Shop ก็มีอยู่ 2 ประเภท คือร้านค้าธรรมดากับร้านค้าที่ผ่านการยืนยันตัวตนกับ Line ซึ่งร้านค้าแบบหลังจะมี Sally Grade ให้ เป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านและเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าได้อัตโนมัติ

ข้อดีเหล่านี้ทำให้ Line Shop เป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับเหล่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือโปร ดังนั้นห้ามพลาดเด็ดขาดสำหรับการเปิดร้านในไลน์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มรายได้ให้คุณมากขึ้น

ทำความรู้จักกับงานอีเว้นท์ในรูปแบบต่างๆ

หากพูดถึงงานอีเว้นท์ หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักกับงานอีเว้นท์กันเป็นอย่างดี ซึ่งแต่ละงานอีเว้นท์ที่ถูกจัดขึ้นต่างก็มีจุดประสงค์ และเป้าหมายของการจัดงานที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับผู้จัดงานว่าต้องการให้งานอีเว้นท์ออกมาในรูปแบบไหน ลองมาทำความรู้จักกับการจัดงานอีเว้นท์ในแต่ละรูปแบบกันดีกว่าว่าจะมีรูปแบบใดบ้างและแต่ละงานถูกจัดขึ้นเพื่ออะไร

  1. งานสัมมนา

ถือเป็นงานอีเว้นท์รูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะให้ข้อมูลและสาระความรู้ต่างๆ แก่ผู้ร่วมงานแล้ว ยังสามารถจัดงานได้อย่างอิสระ ไม่มีข้อบังคับที่ตายตัว สามารถเลือกใช้เทคนิคในการจัดงานได้หลายรูปแบบ แต่ข้อมูลที่ถูกนำมาพูดคุยภายในงานก็จะเป็นข้อมูลที่ไม่หนักจนเกินไปเช่นกัน

  1. งานแสดงสินค้า

เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นเคย และเคยมีส่วนร่วมกับงานอีเว้นท์รูปแบบนี้มากที่สุด เพราะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เป็นการจัดงานเพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการขององค์กรให้เกิดความดึงดูดและความน่าสนใจ ส่วนมากจะเน้นเป็นการเปิดตัวหรือปรับเปลี่ยนสินค้า ซึ่งถือเป็นช่องทางในการกระจายสารให้รับรู้ในวงกว้างได้อย่างดี

  1. งานประชุม

งานอีเว้นท์รูปแบบนี้จะเน้นเป็นการประชุมหรือพูดคุยกันในเรื่องที่มีสาระและความรู้เป็นหลักมากกว่างานอีเว้นท์ในรูปแบบสัมมนา มักจะใช้วิทยากรที่มีความรู้หรือผู้เชี่ยวชาญมาพูดคุย ให้ความรู้ และแชร์ประสบการณ์ที่มีให้กับผู้ที่เข้าร่วมงานอีเว้นท์

  1. งานอีเว้นท์ประเภทอื่นๆ

งานอีเว้นท์ประเภทนี้จะมีลักษณะการจัดงานที่ไม่ตายตัว และไม่มีแบบแผนเหมือนการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับว่างานอีเว้นท์นั้นจะดำเนินไปในลักษณะไหน สถานที่แบบใด อาจเป็นงานขนาดเล็กหรืองานขนาดใหญ่ก็ได้ เช่น การจัดนิทรรศการ, งานเลี้ยงภายในองค์กร, งานแจกลายเซ็น, งานแฟชันโชว์, งานการกุศล เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นงานอีเว้นท์ทั้งสิ้น

การรู้จุดประสงค์ในการจัดงานอีเว้นท์จะทำให้ผู้จัดงานสามารถออกแบบได้ว่างานที่ออกมาควรมีลักษณะอย่างไร เพื่อกำหนดรูปแบบการจัดงานอีเว้นท์ให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการนำเสนอแก่ผู้ร่วมงาน และถ้าหากยิ่งได้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยในการจัดงานอีเว้นท์ก็จะยิ่งทำให้งานอีเว้นท์นั้นๆ ออกมามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

Internet Data Center สิ่งจำเป็นที่ธุรกิจ และองค์กรต้องให้ความสำคัญ

จริงๆ หลายคนอาจจะรู้อยู่แล้วว่า Internet Data Center เป็นห้องที่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นที่จัดเก็บรักษา Server ไม่ว่าจะเป็น Web Hosting เล็กๆ จนกระทั่ง Super Computer ขององค์กร หรือธุรกิจขนาดใหญ่ ที่มีการใช้ข้อมูลมากๆ เป็นต้น แน่นอนว่าเพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น จึงจำเป็นอย่างมากในการเลือกใช้บริการ Internet Data Center ที่ได้มาตรฐาน

เพราะการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือองค์กรทั้งขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ในปัจจุบันจะต้องมีการติดต่อสื่อสาร รับ – ส่งข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งในกลุ่มธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงด้วยแล้ว สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นคือ การรับ – ส่งต่อข้อมูลได้อย่างทันท่วงที เพื่อประสิทธิภาพในการดึงข้อมูลไปใช้ประโยชน์นั่นเอง ซึ่งถ้าคุณเลือก Internet Data Center ที่ได้มาตรฐานแทบไม่ต้องเป็นห่วงเลย เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นที่จะตอบสนองให้ Server สามารถทำงานได้เสถียรที่สุด และในปัจจุบันองค์กร หรือธุรกิจส่วนใหญ่ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องของ Internet Data Center มากขึ้นด้วยนะคะ

ซึ่ง The Premier Data Center ของ ISPIO ก็เป็นตัวเลือกที่บริษัทชั้นนำต่างตัดสินใจเข้ามาใช้บริการ ก็เพราะเราสามารถตอบสนองความต้องการใช้งานด้านต่างๆ ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี เนื่องจากทางเราได้มีการออกแบบและพัฒนาห้อง Internet Data Center ให้ได้มาตรฐานสากลระดับโลก ซึ่งภายใต้ ISPIO ก็ยังมีทีมงานคุณภาพที่คอยดูแล และพัฒนาการบริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่เพียงแค่นั้น เรายังคำนึงถึงระบบไฟฟ้าหลัก ระบบไฟฟ้าสำรอง ระบบควบคุมอุณหภูมิความเย็น ไปจนถึงระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อให้การทำงานของระบบออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

หากมีข้อสงสัย หรือสนใจผลิตภัณฑ์สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-107-8251 ต่อ 413 และสามารถลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษต่างๆ จาก ISPIO : Cloud Data Center ได้แล้ววันนี้ที่ https://www.ispio.com/ นะคะ

ทำไม Cloud ถึงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

Cloud ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ เพราะในปัจจุบันมีคนเริ่มรู้จัก และเข้าใจเรื่องเกี่ยว Cloud Computing กันมากขึ้นแล้ว ยิ่งเดี๋ยวนี้ Cloud เข้าใกล้ตัวเรามากขึ้น ทำให้ Cloud Computing มีแนวโน้มพัฒนา และเติบโตเรื่อยๆ โดยสาเหตุที่เป็นปัจจัยหลักของการทำให้ Cloud เติบโตอย่างทุกวันนี้และมีแนวโน้มจะเติบโตเรื่อยๆ ก็คือ ความเร็ว และระบบของ Internet นั่นเอง

โดยที่ความเร็ว และระบบของ Internet ถูกปรับให้มีความเร็วเพิ่มสูงขึ้น ดีขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อก่อนเราต้องมี Server เป็นของตัวเอง เพื่อเข้าถึงฐานข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเราก็สามารถปรับปรุงข้อมูลจากเครื่อข่ายต่างๆ ได้เอง แต่เดี๋ยวนี้ระบบ Internet ก็ได้พัฒนามาไกลมากแล้วจริงๆ จากเมื่อก่อนใช้สายลากต่อตามบ้าน หรือตามบริษัท องค์กร ปัจจุบันก็มีการพัฒนาระบบ Internet ไร้สายที่เราเล่นผ่านสมาร์ทโฟนทุกวันนี้เพิ่มขึ้นมาอีก นั่นทำให้เราสามารถเข้าถึง และจัดการข้อมูลต่างๆ ที่อยู่บนโลกนี้ได้อย่างสบายๆ เมื่อมองกลับมายังปัจจุบันระบบ Cloud  นั้นมันจะสามารถเข้ามาช่วยให้การทำงาน และการเข้าถึงข้อมูลของเราได้เร็วขึ้นแน่นอน เพราะข้อจำกัดต่างๆ ลดลง และการเชื่อมโยงโครงข่าย Internet เข้าถึงกันหมดแล้วนั่นเอง

หากใครมีความสนใจ อยากรู้เรื่อง Cloud Computing แบบละเอียดมากขึ้นทาง Nipa Cloud ได้มีการจัดอบรม Cloud ในหลักสูตร Cloud Computing Fundamentals อยู่นะคะ โดยการอบรม Cloud ครั้งนี้ เรามุ่งเน้นในการพัฒนามุมมองทางธุรกิจ และมีการให้ความรู้ ความเข้าใจพื้นฐานของ Cloud Computing และ OpenStack ด้วยนั่นเอง โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://training.nipa.cloud/cc101-2/ เลยนะคะ

QR Code กับงานอีเว้นท์ สามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างไร?

QR Code ถือเป็นเครื่องมือที่ครบครัน สะดวก และรวดเร็ว เพราะเพียงแค่สแกนโค้ด ผู้ใช้ก็จะสามารถรับข้อมูลที่ต้องการได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลไปยังเว็บบราวเซอร์อื่นๆ บนมือถือได้อีกด้วย ถือว่าเหมาะกับยุคดิจิทัลแบบนี้ ที่ผู้คนต่างดำเนินชีวิตกันด้วยความรวดเร็ว

การหาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อมาเสริมสร้างงานอีเว้นท์ให้โดดเด่น สมบูรณ์แบบ และทันสมัยจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเราหาอะไรที่สะดวกรวดเร็วมารองรับผู้ร่วมงานได้มากเท่าไร ผู้ร่วมงานก็จะยิ่งประทับใจกับการจัดงานอีเว้นท์ของเรามากขึ้นเท่านั้น แล้วเราจะสามารถนำ QR Code มาประยุกต์ใช้กับงานอีเว้นท์ ตรงส่วนไหน อย่างไรบ้าง?

ลงทะเบียนเข้างาน

การลงทะเบียนแบบเก่าต้องใช้ทั้งกระดาษ ปากกา และยังต้องเสียเวลาต่อแถวเขียนชื่ออีก หากเปลี่ยนเป็นการลงทะเบียนผ่าน QR Code สามารถใช้ได้ทั้งการลงทะเบียนล่วงหน้า หรือการลงทะเบียนหน้างานก็ได้ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลา และทำให้งานดำเนินไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้น

 

ร่วมสนุกกิจกรรม

อาจจะเป็นกิจกรรมตอบคำถาม หรือกิจกรรมชิงโชคเพื่อรับของรางวัลภายในงานก็ได้ ซึ่งการจัดกิจกรรมก็จะช่วยให้งานอีเว้นท์ของเราไม่น่าเบื่อ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ร่วมงานกับผู้จัดงาน แถมยังช่วยยืดเวลาให้ผู้ร่วมงานอยู่ที่งานอีเว้นท์ได้นานขึ้นอีกด้วย

 

ชำระเงิน

ใช้จ่ายสินค้าภายในงานอีเว้นท์ผ่านป้าย QR Code เพื่อลดการใช้เงินสด เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายสินค้าให้มากยิ่งขึ้น

 

นอกจาก QR Code จะตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายภายในงานอีเว้นท์แล้ว ยังสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ในการควบคุมดูแลงาน และลดจำนวนการใช้ทรัพยากรที่ฟุ่มเฟือยได้อีกด้วย ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะ

จดหมายข่าวอีเมลปัจจุบันของคุณจะประสบความสำเร็จในปี 2019 หรือไม่

จากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของการโฆษณาออนไลน์และโซเชียลมีเดีย ไม่มีใครตำหนิคุณถ้าคุณคิดว่าจดหมายข่าวล้าสมัยแล้ว แต่อย่าตกหลุมพรางนั้น แม้จะมีช่องทางต่าง ๆ ที่พร้อมใช้งานเพื่อสร้างธุรกิจ Email Marketing ยังคงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มรายได้ และการละเลยจดหมายข่าวอีเมลเป็นสิ่งที่ไม่ดีสำหรับธุรกิจ

ดังนั้นไม่ว่าคุณจะรับผิดชอบจดหมายข่าวของ บริษัท หรือคุณพยายามโน้มน้าวให้หัวหน้าของคุณ บทความนี้สามารถช่วยคุณได้ อ่านเพื่อเรียนรู้สิ่งที่จะทำจดหมายข่าวทางอีเมลที่ดีที่สุดในปี 2019

ส่งจดหมายข่าวทางอีเมลทำไม

หากคุณยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับจดหมายข่าวทางอีเมลเป็นส่วนหนึ่งของส่วนประสมทางการตลาดของคุณได้เวลาพิจารณาแล้ว

อีเมลรายเดือน รายสัปดาห์ รายปักษ์หรือแม้แต่รายวันเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพที่ช่วยให้คุณดึงดูดผู้ชมได้ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท หรือเคล็ดลับและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มการสนับสนุนแบรนด์ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ชมและผลักดันยอดขายให้มากขึ้น

ตามรายงานการใช้งานจดหมายข่าวทางอีเมลที่จัดทำโดย Nielsen Norman Group ผู้รับรู้สึกผูกพันทางอารมณ์กับจดหมายข่าว

จดหมายข่าวเป็นสิ่งที่ผู้อ่านของคุณคาดหวังได้และช่วยคุณพัฒนาความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องกับสมาชิกสิ่งนี้จะช่วยคุณสร้างความผูกพันที่เหนือกว่าเว็บไซต์เพียงอย่างเดียว

วิธีจัดทำจดหมายข่าวอีเมลที่ประสบความสำเร็จที่สุดของคุณ

 

  • กำหนดกลยุทธ์สำหรับจดหมายข่าวของคุณ

 

ก่อนที่คุณจะเริ่มรวบรวมเนื้อหาของคุณพิจารณาสิ่งที่คุณต้องการจะบรรลุผ่านจดหมายข่าวนี้ วิธีนี้จะช่วยคุณปรับแต่งทุกด้านของอีเมลเพื่อให้มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายสุดท้ายของคุณ

ตัวอย่างเป้าหมายของคุณ

  • เพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์เของคุณ
  • รับลูกค้าเพื่อลงทะเบียนสำหรับกิจกรรมใหม่
  • เพิ่มอัตราการคลิกผ่านหรือเปิดอีเมลของคุณ
  • เพิ่มจำนวนการดาวน์โหลด
  • ให้ลูกค้าโต้ตอบกับคุณในช่องทางโซเชียลมีเดีย

จากนั้นคุณอาจตัดสินใจว่าจดหมายข่าวฉบับเดียวเป็นวิธีที่ทำให้คุณมีโอกาสในการแสดงผลิตภัณฑ์ล่าสุดของคุณ หรือหากคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่จะแบ่งปันกับผู้รับอีเมลของคุณหรือหากคุณมีข้อมูลจำนวนมากที่จะแบ่งปันกับผู้รับอีเมลของคุณคุณอาจรู้สึกว่าการสมัครรับข้อมูลจดหมายข่าวเหมาะอย่างยิ่ง วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถส่งเนื้อหาที่มีประโยชน์ให้กับลูกค้าที่สนใจจะติดตามคุณอยู่เสมอ

 

 

เทมเพลตอีเมลที่สร้างไว้ล่วงหน้าและสามารถปรับแต่งได้นั้นเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้ซอฟต์แวร์ Email Marketing และต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการออกแบบเทมเพลตจดหมายข่าวของคุณในขณะที่ยังช่วยให้คุณสามารถเพิ่มการสัมผัสถึงแบรนด์ได้

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจดหมายข่าวของคุณเป็นมิตรกับมือถือ: พิจารณาขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันเมื่อพัฒนาจดหมายข่าวของคุณโดยใช้หัวสัญลักษณ์หัวข้อ ข้อความประโยคสั้น ๆ และใช้ส่วนหัวเพื่อแยกข้อความออกจากข้อความจำนวนมาก
  • ใช้รูปภาพ: รูปภาพมีค่าและต้องเกี่ยวข้องกับข้อความซึ่งรูปภาพบางรูปอาจโหลดช้ามากหรืออาจไม่โหลดเลย ตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าข้อความของคุณชัดเจนในข้อความของคุณและภาพมีข้อความอธิบายในกรณีที่พวกเขาล้มเหลวในการโหลด
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเทมเพลตของคุณได้รับการสนับสนุนจากผู้ให้บริการอีเมลส่วนใหญ่: Outlook มีชื่อเสียงในเรื่องของการแสดงผลดังนั้นควรตรวจสอบอีเมลของคุณสองครั้งหรือสามครั้ง คุณต้องแน่ใจว่าอีเมลจะแสดงอย่างถูกต้องในแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน
  • วางโลโก้ของคุณที่ด้านบนของอีเมลของคุณ: นี่จะสร้างความภักดีต่อแบรนด์และทำให้แน่ใจว่าผู้รับของคุณเชื่อมโยงจดหมายข่าวกับคุณและ บริษัท ของคุณ
  • พยายามทำให้สิ่งต่าง ๆ น้อยที่สุด จดหมายข่าวสามารถดูยุ่งเหยิงและวุ่นวายได้ง่าย แม้ว่ามันจะเหมาะสำหรับผู้รับที่จะอ่านจดหมายข่าวแต่ละคำ แต่อีเมลส่วนใหญ่จะถูกสแกน ท้ายที่สุดคุณต้องการให้ผู้อ่านดำเนินการ (เช่นการซื้อหรือการคลิกผ่าน) ดังนั้นอย่าลืมไปที่จุดนั้น

 

 

  • ผลิตเนื้อหาที่ดึงดูดความสนใจ

 

จากการศึกษาของ Nielsen Norman Group ที่กล่าวมาข้างต้น ผู้อ่านพบว่ารายการต่อไปนี้มีค่ามากที่สุดในจดหมายข่าว:ข่าวที่เกี่ยวข้องกับ บริษัท,รายการเกี่ยวกับงานอดิเรกและความสนใจส่วนบุคคล,รายการเกี่ยวกับกำหนดเวลา,วันที่, กิจกรรมและรายงานเกี่ยวกับการขายหรือราคา

ดังนั้นคุณสามารถเลือกที่จะรวมสิ่งต่อไปนี้ในจดหมายข่าวของคุณ:

  • โพสต์บล็อก
  • วิธีการเคล็ดลับและแบบฝึกหัด
  • อีเว้นท์
  • ข่าวอุตสาหกรรม
  • ทรัพยากร
  • การแข่งขัน
  • รูปภาพ/วิดีโอ
  • รีวิว
  • ข่าวบริษัท
  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
  • ใบรับรอง
  • การสัมมนาผ่านเว็บ
  • ตำรับอาหาร
  • รูปถ่ายของลูกค้า

อย่างไรก็ตามหลังจากไม่กี่เดือนแม้กระทั่งข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย นี่คือเหตุผลที่คุณต้องทำให้สิ่งต่าง ๆ เป็นแบบไดนามิกและไม่ซ้ำกัน

 

  • สร้างสรรค์ด้วยหัวเรื่องของคุณ

 

แม้จะมีอีเมลที่ได้รับการออกแบบอย่างสวยงามและมีความเชี่ยวชาญที่สุดคุณยังต้องการให้ผู้อ่านเปิดอ่าน นั่นเป็นเหตุผลที่คุณต้องมีหัวเรื่องที่ดึงดูดความสนใจและให้ข้อมูลอย่างละเอียด

คำถาม คำตอบ คำเดียว ประโยค และการปรับให้เป็นแบบส่วนตัวนั้นเป็นแนวทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับหัวเรื่องของคุณ คุณอาจพบว่าความสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในจดหมายข่าวของคุณ ดังนั้นลูกค้าสามารถแยกความแตกต่างเหล่านี้จากอีเมลปกติของคุณได้ แต่ระวังว่าสิ่งเหล่านี้ไม่น่าเบื่อและคาดเดาได้

วิธีหนึ่งในการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องว่าหัวเรื่องของคุณมีประสิทธิภาพเท่าที่ควรหรือไม่คือใช้การทดสอบ A / B วิธีนี้ช่วยให้คุณสามารถใช้สองหัวเรื่องเพื่อดูว่าแบบไหนดีที่สุด

ตามกฎทั่วไปคุณจะต้องรักษาหัวเรื่องของคุณให้มีความยาวไม่เกิน 50 อักขระคุณควรพยายามทำให้มีส่วนร่วมเท่าที่จะทำได้ เนื่องจากระดับการมีส่วนร่วมเป็นตัวบ่งชี้สแปมที่สำคัญ

 

  • มีความสมดุลระหว่างข้อมูลกับโปรโมชั่น

 

แม้ว่าเป้าหมายของอีเมลของคุณอาจเป็นการเพิ่มการแปลง แต่สิ่งนี้ไม่ควรมุ่งเน้นในอีเมล จดหมายข่าวอยู่ที่นั่นเพื่อแจ้งและให้ความรู้ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเขาไม่รู้สึกว่า “ขายดี”

อาจจะเริ่มต้นด้วยการทดสอบ A / B บางอย่าง แต่ถ้าคุณตั้งเป้าหมายสำหรับข้อมูลชิ้นส่วน 9 ชิ้นต่อการส่งเสริม 1 ส่วน คุณควรสร้างสมดุลที่เหมาะสมสำหรับจดหมายข่าวของคุณ

ท้ายที่สุดถ้าคุณไม่มีการประกาศผลิตภัณฑ์หรือบริการที่น่าตื่นเต้นพยายามหลีกเลี่ยงการโปรโมท และเมื่อคุณพูดถึงโปรโมชั่นของคุณพยายามทำในวิธีที่เข้าถึงได้

 

  • เลือกคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยม

 

คุณอาจมีคำกระตุ้นการตัดสินใจ (CTA) หลายแห่งในอีเมลของคุณ แต่เลือกสิ่งที่จะโดดเด่นและเป็นจุดสนใจหลักของคุณ

CTA อาจเป็นการเข้าร่วมกับคุณในโซเชียลมีเดียแชร์กับเพื่อนหรืออ่านโพสต์หรือบล็อกเพิ่มเติม

 

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอีเมลของคุณเป็นไปตามกฎหมาย

 

เมื่อสร้างอีเมลสิ่งสำคัญคือคุณต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่จำเป็นทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้เกี่ยวกับกฎหมาย GDPR ในยุโรป เพื่อให้แน่ใจว่าคุณปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับทั้งหมคุณควรตรวจสอบและทำความเข้าใจกฎหมายและข้อบังคับของอีเมล

 

  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้อ่านสามารถยกเลิกการสมัครได้อย่างง่ายดาย

 

แม้จะต้องการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับคุณ แต่คุณต้องแน่ใจว่าพวกเขาสามารถยกเลิกการสมัครรับจดหมายข่าว ปุ่ม “ยกเลิกการสมัคร” ที่ใช้งานง่ายทำให้ผู้ใช้มีโอกาสน้อยที่จะทำเครื่องหมายอีเมลของคุณว่าเป็นสแปม นอกจากนี้คุณต้องถูกต้องตามกฎหมายเพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ยกเลิกการสมัคร

ในทางกลับกันสิ่งนี้จะช่วยปกป้องชื่อเสียงของผู้ส่งและจะทำให้อัตราการคลิกผ่านและอัตราการเปิดของคุณสูงขึ้น

 

  • รวมสื่อสังคมออนไลน์

 

ตามที่เราเห็นจดหมายข่าวเหมาะสำหรับการให้ผู้อ่านมีส่วนร่วมกับคุณในหลาย ๆ ด้าน ดังนั้นให้แน่ใจว่าพวกเขาจะสามารถสนทนาต่อได้โดยง่ายโดยการเพิ่มไอคอนโซเชียลมีเดียในอีเมลของคุณ คุณสามารถเลือกที่จะเพิ่มสิ่งเหล่านี้ลงในด้านบนด้านข้างหรือด้านล่างของจดหมายข่าวของคุณ คุณอาจต้องการสร้างจดหมายข่าวฉบับหนึ่งเกี่ยวกับช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณเพื่อให้ผู้อ่านสามารถดูว่าพวกเขาต้องติดตามคุณที่ไหนเพื่อเข้าถึงข้อมูลที่พวกเขากำลังมองหา

 

  • วัดประเมินผลความสำเร็จของคุณ

 

อีเมลทั้งหมดอาจถูกทดลองใช้และมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยและสิ่งใดที่ใช้ได้ผลกับ บริษัท หนึ่งอาจไม่ได้ผลสำหรับอีก บริษัทหนึ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่คุณจำเป็นต้องวัดความสำเร็จของอีเมลของคุณเพื่อให้คุณรู้ว่าอะไรทำงานและไม่ทำงาน วิธีนี้จะช่วยให้คุณปรับแต่งอีเมลของคุณปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ชมที่ไม่ซ้ำ ตัวชี้วัดที่สำคัญ ได้แก่ :

  • อัตราการเปิด: หัวเรื่องอะไรที่ได้รับการเปิดและอ่านอีเมลของคุณ
  • อัตราการคลิกผ่าน: CTA ใดในอีเมลของคุณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
  • อัตราการยกเลิกการเป็นสมาชิก: เนื้อหาใดที่ทำให้ผู้รับของคุณยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • แชร์: ผู้อ่านของคุณแบ่งปันเนื้อหาอะไรกับเพื่อนและครอบครัวของพวกเขา

Social Sign Ups: ข้อมูลอะไรที่ทำให้ผู้คนเข้าร่วมคุณในโซเชียลมีเดีย

ในขณะที่การประดิษฐ์จดหมายข่าวทางอีเมลที่ไม่เหมือนใครอาจดูน่ากลัว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น คุณสามารถสร้างบางสิ่งที่โดดเด่นจากฝูงชน คุณสามารถสร้างการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าของคุณอย่างต่อเนื่อง สร้างความไว้วางใจกับผู้ชมของคุณในทางกลับกันสิ่งนี้จะผลักดันแคมเปญการตลาดอีเมลของคุณเพิ่มรายได้ของคุณ

ฟังก์ชันเด็ด Line@ ช่องทางง่ายๆ ในการทำธุรกิจออนไลน์

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ถือว่ามีความสำคัญต่อหลายๆ ธุรกิจเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันในสังคมไทยยุค 4.0 แบบนี้ สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เข้ามามีบทบาทต่อคนแทบจะทุกเพศทุกวัย ซึ่งนอกจาก Facebook, Twitter และ Instagram ที่คนจะนึกถึงเมื่อต้องการขายสินค้าหรือบริการแล้ว ยังมีอีกช่องทางหนึ่งที่สามารถใช้เป็นช่องทางในการตลาดออนไลน์ได้ นั่นก็คือ Line โดยตัวแอปพลิเคชัน Line เองก็มี Line@ ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ทำธุรกิจออนไลน์

โดยในวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับฟังก์ชันเด็ดๆ จาก Line@ ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจออนไลน์ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ตามมาดูกันเลย

  1. Auto-reply & Keyword-reply Message

ฟังก์ชันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองคนที่ไม่ค่อยมีเวลาตอบลูกค้าสำหรับทุกคำถามที่ลูกค้าต้องการ แต่ยังสามารถรักษาฐานลูกค้าไว้ได้ เพราะฟังก์ชันนี้จะสามารถช่วยตอบคำถามอัตโนมัติให้เราได้ เมื่อเรายังไม่ว่างตอบ แต่เราจะสามารถตั้งค่าได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นว่าจะสื่อสารผ่านการตอบเองหรือจะให้ระบบอัตโนมัติตอบให้ ซึ่งสามารถตั้งค่าได้ตลอดเวลา

  1. Coupon

เรียกได้ว่าฟังก์ชันนี้ทำให้ Line@ เป็นแอปพลิเคชันที่มีโปรโมชันมากกว่าสื่อโซเชียลมีเดียตัวอื่นๆ เลยก็ว่าได้ เนื่องจาก Line@ สามารถทำ E-Coupon หรือ E-Voucher ซึ่งเป็นส่วนลดต่างๆ ได้ และง่ายๆ เพียงแค่กดส่งไปถึง Line Inbox ของลูกค้า โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้โปรโมชันนี้กับลูกค้าทุกคน หรือลุ้นรางวัลสำหรับบางคนก็ได้ และยังสามารถกำหนดรายละเอียดอื่นๆ ของคูปองได้อีกด้วย

  1. Poll & Survey

การทำแบบสำรวจผ่าน Line@ ถือว่าเป็นการทำแบบสำรวจที่สามารถทำได้รวดเร็วและราคาถูกมากที่สุด เพียงใน 3 นาที และ Broadcast ไปหาลูกค้าของคุณ โดยเมื่อเราให้ลูกค้าทำแบบสอบถามเสร็จแล้ว เรายังสามารถออกแบบให้แจกของรางวัลเป็นคูปองแบบในข้อ 2. ได้อีกด้วย

  1. Rich Content

เป็นฟังก์ชันที่ต้องทำใน Computer เท่านั้น ผ่าน https://admin-official.line.me/ โดยจะช่วยให้ข้อความที่ Broadcast ออกไป มีรูปภาพที่ขึ้นเต็มจอของผู้ใช้งาน ทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งรูปภาพนี้เราสามารถแนบลิงก์ลงไปได้ ทั้งยังแนบไปได้หลายลิงก์ ตามจุดที่แตกต่างกันของภาพนั่นเอง

  1. Account Page

เป็นฟังก์ชันที่เปรียบเสมือนหน้าแสดงข้อมูลของร้าน โดยเราสามารถใส่ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ตั้ง การเดินทาง เวลาทำการ เบอร์โทรศัพท์ เว็บไซต์ ฯลฯ นอกจากนั้นเรายังสามารถใส่รูปสินค้าประกอบลงไปได้ ทำให้คนที่เข้ามาดูรู้จักตัวตนของเรามากขึ้น

  1. Broadcast

ถ้าขาดฟังก์ชันนี้ไปก็คงไม่เรียกว่า Line@ เพราะถือว่าเป็นฟังก์ชันที่เด็ดมากถึงมากที่สุดของ Line@ เลยก็ว่าได้ เนื่องจากว่าเราสามารถส่งข้อความ หรือ Content ต่างๆ ที่เราอยากนำเสนอต่อลูกค้าได้ง่ายๆ เพียงชั่วพริบตา ในราคาเฉลี่ยเพียงข้อความละ 0.01 บาท หรือ 1 สตางค์เท่านั้นเอง และยังถือว่าเป็นวิธีการทำให้คนเห็นสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารได้สูงมาก แต่ใช้ต้นทุนที่ต่ำสุดๆ

การใช้บริการ Line@ อาจจะยังไม่แพร่หลายเท่าการทำการตลาดออนไลน์ผ่านช่องทางอื่นๆ อย่าง Facebook, Twitter และ Instagram แต่ จากสิ่งที่นำเสนอไปในวันนี้ อาจทำให้หลายๆ คนเห็นแล้วว่า Line@ มีดีกว่าที่คุณคิดจริงๆ ลองหันมาใช้แอปพลิเคชันนี้ดู อาจจะทำให้ยอดขายของคุณเพิ่มขึ้นได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

น้ำหอมกลิ่นเดียวกัน กลิ่นที่ไม่เหมือนกัน

มีหลายครั้งที่เราเดินผ่านคนๆ หนึ่ง หรือบางครั้งได้กลิ่นน้ำหอมจากเพื่อนแล้วรู้สึกชอบในกลิ่นนั้นจนต้องไปถามเพื่อหาซื้อมาใช้ แต่พอลองเอามาใช้เองแล้วกลับรู้สึกว่ากลิ่นน้ำหอมเปลี่ยนไป ไม่เหมือนที่เราได้กลิ่นจากเพื่อนหรือจากเคาน์เตอร์น้ำหอมตอนซื้อเลย ทำไมน้ำหอมขวดเดียวกัน กลิ่นเดียวกัน แต่พอลองใช้แล้วกลับได้กลิ่นที่แตกต่างกันออกไป เรามีเหตุผลง่ายๆ อยู่ 2 ข้อมาอธิบายให้ฟัง

เหตุผลที่ 1 คือ ระดับความหอม

น้ำหอมแต่ละขวดเมื่อทำการฉีดแล้วจะเกิดปฏิกิริยา และการเปลี่ยนแปลง เมื่อเวลาผ่านไปกลิ่นจะเปลี่ยนไปตามระดับ เรียกว่า “Note” ซึ่งมีทั้งหมด 3 ระดับด้วยกัน

ระดับที่ 1 Top Notes เป็นกลิ่นแรกของน้ำหอมที่เราฉีดออกมา กลิ่นมีความเข้มข้นสูง และจะหอมอยู่นานในช่วง 10-15 นาทีแรก

ระดับที่ 2 Middle Notes เริ่มระเหยส่งกลิ่นหอมออกมา จะอยู่นาน 2-3 ชั่วโมง

ระดับที่ 3 Base Notes เป็นกลิ่นที่ติดนานคงทน 4-6 ชั่วโมง และเป็นกลิ่นเรียบๆ ไม่ฉุน ไม่หวือหวาเหมือนกับระดับแรก แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมที่สำคัญที่จะทำให้น้ำหอมบนตัวแต่ละคนมีกลิ่นที่ไม่เหมือนกัน

เหตุผลที่ 2 คือ Body Chemistry

สาเหตุที่มีผลกับกลิ่นน้ำหอมมากที่สุด คือกลิ่นตัวของผู้ใช้น้ำหอม โดยกลิ่นตัวของแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่ง Body Chemistry นี่เองที่จะไปทำปฏิกิริยา หรือผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมในระดับที่ 3 ของน้ำหอม (Base Notes) กลายเป็นกลิ่นหอมที่มีความอ่อนไหวเมื่อผสมเข้ากับกลิ่นธรรมชาติของร่างกายแต่ละคน และกลายเป็นกลิ่นที่แปลกใหม่เฉพาะตัวออกมา

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจว่าเราซื้อผิดกลิ่น หรือเผลอไปซื้อของปลอมมาหรือเปล่า เพราะเจ้า Body Chemistry นี่แหละที่เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ไม่ว่าเราจะซื้อน้ำหอมกลิ่นเดียวกันกับเพื่อนมาฉีดเท่าไรก็จะได้กลิ่นหอมที่ออกมาไม่เหมือนกันอยู่ดี