หักอีกแล้วจ้า กับกรอบแว่นตาเจ้าปัญหา มาเลือกใหม่ให้ทนทานกันดีกว่า

เคยเจอปัญหานี้กันไหมคะ ซื้อแว่นตามาใส่ยังไม่ถึงปี เผลอนั่งทับ หลานๆ เอาไปหักเล่น หรือบางทีก็เผลอตัวทำแว่นตาหักเสียเอง จะซื้อใหม่ก็คิดแล้วคิดอีก จำใจต้องทนๆ ใส่ไปก่อน กรอบแว่นตา บางร้านขายถูก บางร้านขายแพง เพราะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ค่ะ กรอบแว่นตาที่ใช้วัสดุแข็งแรง คุณภาพดี ก็อาจจะมีราคาที่สูงหน่อย แต่เหมาะสมกับคุณภาพ ก็รับได้ แล้วทราบกันไหมคะว่า กรอบแว่นตาที่วางขายกันทั่วไป ทำมาจากวัสดุอะไรกันบ้างมาค่ะ เดี๋ยวเราจะบอกให้ กับ วัสดุสำหรับกรอบแว่นตา

กรอบแว่นตา1. กรอบแว่นตาวัสดุ TR90, TR100 งอได้แต่ไม่หัก เพราะ TR90 , TR100 เป็นพลาสติกที่ผสม Polyamide หรือ ไนล่อน นั่นเอง ซึ่งเจ้าพวกนี้จะมีคุณสมบัติเฉพาะตัว ยืดหยุ่นได้ ทนการบิดงอ โดยที่ไม่ทำให้เสียรูป และมีน้ำหนักเบา แต่จะมีสีสันให้เลือกไม่มากนัก ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องของความทนทาน

2. กรอบแว่นตาวัสดุ Ultem ชื่อไม่ค่อยจะคุ้นหูกันหรือเปล่าค่ะ วัสดุตัวนี้จะคล้าย ๆ กับ TR90, TR100 แต่โปร่งแสง ทนความร้อนดีเยี่ยม มีความยืดหยุ่นสูง อีกทั้งวัสดุตัวนี้ยังถูกเลือกให้เป็นส่วนประกอบของเครื่องมือแพทย์หลายอย่าง สำหรับคนที่ชอบแฟชั่นสีสัน วัสดุชนิดนี้เหมาะเลย เพราะ เจ้าตัวนี้จะมีสีสันที่หลากหลายกว่ากรอบแว่นตาทั่วไป

3. กรอบแว่นตาวัสดุ beryllium ชื่อดูเคมี น่ากลัวใช่ไหม แต่กรอบแว่นตาชนิดนี้ มีดีมากค่ะ เพราะ ต้นทุนต่ำ ทำให้มีราคาที่สู้ไหว มีน้ำหนักเบา แข็งแรงยืดหยุ่นมาก อีกทั้งยังเหมาะกับคนที่เหงื่อออกเยอะ และผิวแพ้ง่าย ตัวนี้จะทำให้ไม่ระคายเคือง

สำหรับใครที่กำลังมองหากรอบแว่นตา อันใหม่ โดยเน้นความทนทาน ยืดหยุ่น ลองเลือกหากรอบแว่นตาที่ทำจากวัสดุเหล่านี้กันนะคะ ถ้าใครไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน มาหาเราที่นี่สิ  Giftgreats  ร้านแว่นตาที่ครบครัน คัดสรรค์แต่สิ่งดีๆ ให้กับคุณ ไม่ว่าจะเป็นกรอบแว่นตา เลนส์แว่น มีพร้อมให้คุณเลือก โทรหาได้ที่ :  0943464440 หน้าร้านแว่นตา GIFTGREATS : ซอยประชาอุทิศ 90 open : 10.00-20.00 น. หรือ inbox สอบถามข้อมูลได้ค่ะ

 

เลือกโฆษณาบนเว็บต้นทุนต่ำ ผลตอบรับสูง

ปัจจุบันทุกคนสามารถเข้าถึงการใช้อินเทอร์เน็ตกันง่ายขึ้น ทำให้มีอัตราการท่องเว็บเป็นจำนวนมาก หากสังเกตคุณจะพบเห็นโฆษณาบนเว็บเยอะพอสมควร โดยจะปรากฏในรูปแบบของ Banner  Ads ที่จะขึ้นโชว์ตามตำแหน่งต่างๆ ของเว็บ โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นโฆษณาตามเว็บต่างๆ เช่น ดูหนัง, กีฬา, ฟังเพลง, ท่องเที่ยว เป็นต้น

โฆษณาบนเว็บมีการจัดทำ Banner Ads ในลักษณะของตัวหนังสือหรือรูปภาพที่สวยงาม เพื่อเชิญชวนให้คลิกเข้าไปสู่เว็บไซต์ของ Banner Ads นั้นๆ โฆษณาเหล่านี้จะมีการ Rotate หรือสลับกันปรากฏตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณได้คลิกเข้าไปชมเว็บไซต์ผ่าน Banner Ads คอมพิวเตอร์ของคุณจะถูกฝัง Cookie เพื่อให้ Banner Ads ตามไปให้เห็นบ่อยๆ จนกว่าจะหมดอายุที่ถูกกำหนดไว้ เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจหรือตัดสินใจซื้อสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

การลงโฆษณาบนเว็บจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของคุณได้เป็นอย่างมาก เพราะคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมมากกว่าสื่อออฟไลน์ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำและเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ
การคิดค่าโฆษณาบนเว็บ มี 2 รูปแบบ ได้แก่
1. การคิดแบบ CPC (Cost-Per-Click)
เป็นการคิดค่าโฆษณาจากจำนวนคลิกบนโฆษณา เพื่อเข้าชมต่อครั้งเท่านั้น ถ้าไม่คลิกก็ไม่เสียค่าโฆษณา
2. การคิดแบบ CPM (Cost-Per-Impression)
CPM คือการคิดค่าโฆษณาต่อการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้ง ด้วยการเลือกตำแหน่งโฆษณาที่ต้องการให้แสดงโฆษณา และจ่ายเงินทุกครั้งที่โฆษณาปรากฏ
การลงโฆษณาบนเว็บให้มีประสิทธิภาพควรใช้ข้อความโฆษณา ที่สั้น กระชับ และได้ใจความ รวมทั้งเลือกใช้รูปที่ดูสะดุดตา เพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาคลิกที่โฆษณาของคุณ และที่สำคัญการลงโฆษณาบนเว็บไม่ควรใช้รูปและข้อความที่เกินจริง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค เพียงเท่านี้โฆษณาของคุณก็จะได้ผลตอบรับที่ดีและคุ้มค่าอย่างแน่นอน

ความหมายของ Email direct marketing

Email direct marketingEmail direct marketing เป็นการสร้างอีเมลแคมเปญที่มีการใช้สื่อโฆษณา โปรโมชั่น การส่งเสริมการขายหรือจดหมายข่าว โดยจะส่งไปยังกลุ่มกลุ่มเป้าหมาย โดยปกติแคมเปญจะมีการจัดแนวทางให้น่าสนใจและมีการแทรกลิ้งไว้ในเนื้อหา เพื่อให้ผู้รับคลิกลิ้งไปยังข้อมูลรายละเอียดสินค้าหรือบริการที่สนใจซึ่งจะแตกต่างจากอีเมลทั่วๆไป สิ่งที่ทำให้การตลาดประเภทนี้แตกต่างจากสแปม คือ การส่งอีเมลไปยังผู้ที่สนใจ มีการจัดการที่แยกกันในแต่ละอีเมลและมีการแทรกความเป็นส่วนบุคลในแต่ละอีเมล

การทำการตลาดโดยตรงด้วยอีเมล คือการส่งโฆษณาแบบมืออาชีพไปยังกลุ่มผู้รับขนาดเล็ก โดยผู้รับเหล่านี้ได้รับการกรองแล้วว่ามีความสนใจในสินค้าหรือบริการและต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากได้รับอีเมลแล้ว

การทำการตลาดโดยตรงด้วยอีเมล จะมีการติดตามสถิติและข่าวสาร เช่น จำนวนคนเปิดข้อความ จำนวนคนที่คลิกจำนวนคนที่ยกเลิกการสมัครรับข้อมูลและสุดท้ายจำนวนข้อความที่ได้รับการตีกลับหลังจากการเปิดข้อความ สิ่งเหล่านี้ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของแคมเปญและ ช่วยเหลือในการปรับปรุงอีเมลแคมเปญต่อไป

 

ระบบช่องทางการตลาดออนไลน์

ระบบนี้เกิดขึ้นเมื่อบริษัทหนึ่งๆ มีช่องทางการจำหน่ายตั้งแต่ 2 ช่องทางขึ้นไปแยกตามสินค้าของตนเอง เพื่อให้ถึงกลุ่มผู้บริโภคต่างๆ ของตน โดยปกติบริษัทฯ จะเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ เนื่องจากช่องทางจัดจำหน่ายเดิมไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าดังกล่าวได้ ดังนั้นจึงเกิดระบบช่องทางตลาดหลายประเภท ในบริษัทฯ เดียวกัน เช่น หากบริษัทฯ ได้ผลิตสินค้าไฮเทคขึ้นมา ดังนั้นควรใช้พนักงานขายตรงที่มีความชำนาญทางเทคนิคจะเหมาะกว่าการขายทางโทรศัพท์

การบริหารงานของช่องทางการตลาดและคนกลาง อาจมีความขัดแย้งหรือมีการแข่งขัน เนื่องจากสาเหตุต่างๆ เช่น ความไม่ลงรอยกัน การกำหนดข้อตกลงหรือสัญญาเรื่องบทบาทหน้าที่/ สิทธิ ของแต่ละฝ่ายไม่ชัดเจน การรับรู้เรื่องต่างๆ และสื่อสารกันไม่ชัดเจน และความสัมพันธ์ที่เปราะบางของผู้เกี่ยวข้องในช่องทางการตลาดออนไลน์ เนื่องจากต่างคิดว่าตนไม่ต้องพึ่งพาอีกฝ่าย เพราะมีลูกค้าอื่นๆ อีกมาก ทำให้แต่ละฝ่ายต่างถือตนเองเป็นใหญ่ และไม่ยอมอีกฝ่ายหนึ่ง

อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการ SMEs อาจจะบริหารความขัดแย้งดังกล่าว ได้หลายวิธี เช่น

กำหนดเป้าหมายที่ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และได้ประโยชน์เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย
การแลกเปลี่ยนพนักงานมาทำงานในอีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งมากขึ้น
การหาแนวร่วมจากหัวหน้าในแต่ละช่องทางการตลาดออนไลน์
การส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสมาคมการค้า หรือสมาคมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
การหาสมาชิกจากผู้ที่อยู่ในช่องทางการตลาดเข้ามาร่วมด้วย เป็นต้น
ช่องทางการตลาด การบริหารช่องทางการตลาดจะเป็นรูปแบบใดนั้น ส่วนใหญ่ขึ้นกับการตัดสินใจและปัจจัยภายในของบริษัท อย่างไรก็ดีผู้ประกอบการ SMEs ต้องไม่ลืมพิจารณาปัจจัยด้านกฎหมายและจรรยาบรรณในการดำเนินการเกี่ยวกับ ช่องทางการตลาดด้วย เช่น การจัดจำหน่ายแต่ผู้เดียว (กีดกันผู้อื่นหรือไม่) ข้อตกลงระหว่างคู่ธุรกิจในช่องทางการตลาดขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการผูกขาดหรือไม่ และสิทธิของผู้แทนจำหน่ายขัดต่อกฎหมายหรือไม่

ทำระบบ cloud service แบบไหนดี

ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์รูปแบบใด ระบบคลาวด์พื้นฐานทั้งหมดควรมีคุณลักษณะสำคัญบางประการ โดยอันดับแรกคือการเชื่อมต่อโดยตรงที่ปลอดภัยเพื่อเรียกใช้ข้อมูลภายในระบบ cloud service เช่น อินเตอร์เฟส REST หรือเส้นทางที่จะเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นกับคลาวด์ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ดให้กับแอพพลิเคชั่นใหม่ นอกจากนี้ยังต้องสามารถแบ่งปันทรัพยากรกับผู้ใช้จำนวนมาก (multitenancy) ด้วยการแยกส่วนข้อมูลออกมาได้ ดังนั้น SLA ต้องสามารถกำหนดให้กับชนิดข้อมูลหรือแอพพลิเคชั่นที่เฉพาะเจาะจงได้ นอกจากนี้ ระบบ cloud service ยังต้องมีเนมสเปซที่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงและชั้นความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างไรก็ตาม ระบบคลาวด์บางอย่างอาจนำเสนอคุณลักษณะที่มีมูลค่าเพิ่ม (ขึ้นอยู่กับผู้บริการ) อย่างการบีบอัดและการสร้างชุดข้อมูลเดียวเพื่อช่วยในด้านการประหยัดค่าใช้จ่าย การเข้ารหัสลับเพื่อสร้างความปลอดภัยที่ดีขึ้น และการเรียกเก็บเงินหรือค่าบริการขององค์กรหรือ ผู้ให้บริการที่ต้องการเรียกเก็บจาก แต่ละหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆ ตามการใช้งานจริง

โดยทั่วไปแล้ว บริการด้านไอทีจะยึดตามมาตรฐานระดับการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมใช้งาน ความเชื่อถือได้ และความเป็นเอกภาพ การเพิ่มเติมหรือแทนที่บริการไอที “ดั้งเดิม” ด้วย cloud service จำเป็นที่จะต้องได้รับการรับรองในด้านคุณภาพเช่นเดียวกัน แม้ว่าบริการระบบคลาวด์ที่มีการจัดการจะช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องกังวลในด้านรายละเอียดของการจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลมากนัก เช่น RAID (Redundant Array of Independent Disks) การจำลองแบบ และการวางแผนด้านความจุ แต่ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ลูกค้าจะต้องระบุให้รวมคุณภาพของบริการไว้ในสัญญาผู้ให้บริการคลาวด์ด้วย จะเห็นได้ว่าไม่ใช่ผู้ให้บริการคลาวด์ทุกรายจะสามารถมี SLA ได้เหมือนกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องสอบถามผู้ให้บริการก่อนว่ามี SLA อย่างไรบ้าง แม้ว่าบริษัทของคุณจะกำลังสร้างระบบคลาวด์ส่วนตัวภายในขึ้นมาเอง แต่คุณก็จำเป็นที่จะต้องดำเนินการให้ระบบไอทีเป็นไปตาม SLA ของหน่วยธุรกิจนั้นๆ ด้วยเช่นกัน

ทำไม…ต้องขายสินค้าบนโลกออนไลน์ (E-Commerce)

ในโลกปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเทอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิต ไม่เพียงแต่การ การสืบค้นข่าวสารข้อมูลต่างๆ การติดต่อสื่อสารในหมู่เพื่อนฝูง แต่ยังรวมไปถึงการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ตหรือที่นิยมเรียกกันว่า E-Commerce เพราะ E-Commerce บริการการซื้อขายออนไลน์ เพียงแค่คลิก ก็สามารถซื้อขายได้ทุกที่ง่ายดาย สร้างความสะดวกสบายให้ผู้ซื้อและผู้ขาย จับจ่ายได้ทุกที่ทุกเวลา

นอกจากนั้น เทคโนโลยี ก็ยังถือเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจ E-Commerce เติบโตไปได้อย่างรวดเร็วมาก เพราะการทำธุรกิจ E-Commerce ปัจจุบัน สามารถใช้งานได้จากหลายช่องทาง ทั้งทางสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือ คอมพิวเตอร์ ซึ่งระบบของ E-Commerce ก็มาพร้อมความปลอดภัย โดยเว็บไซต์ E-Commerce ส่วนใหญ่จะมีระบบการจ่ายเงินที่สะดวกสบายแต่ระบบความปลอดภัยสูงมาก

ยิ่งไปกว่านั้น E-Commerce ยังเป็นช่องทางใหม่สำหรับผู้ประกอบการ ซึ่งถือเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยสร้างโอกาสในการขยายช่องทางการค้าขายให้ผู้ประกอบการได้มากยิ่งขึ้น และเป็นตัวช่วยหนึ่งในการเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ทั้งยังเป็นวิธีที่ดีในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอีกทางหนึ่งด้วย เพราะในปัจจุบันสังคมออนไลน์ถือเป็นสื่อหลักที่ช่วยในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ได้อย่างดีเยี่ยม ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ดังนั้นจึงถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยขยายแบรนด์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและขยายฐานธุรกิจออกไปอีกด้วย

ทำไม…ต้องขายสินค้าบนโลกออนไลน์ (E-Commerce)
การผันตัวของผู้ประกอบการเข้าสู่ E-Commerce ในสมัยนี้ แตกต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนั้นสามารถทำได้ง่ายมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ต้องมีความรู้และเข้าใจในเรื่องของ Programming, Designing, Database, Network, Internet, Payment และอื่นๆ แต่ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก จึงส่งผลให้ธุรกิจ E-Commerce เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องจับตา และเริ่มเรียนรู้มัน

และโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าถึงยุค 3G อย่างแท้จริง การใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ กระแสการใช้งานอุปกรณ์เคลื่อนที่จึงถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการผลักดันให้การซื้อขายออนไลน์เติบโตมากยิ่งขึ้น

ในยุคสมัยที่สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลมากต่อชีวิตประจำวัน การบริหารธุรกิจ E-Commerce จึงมีความจำเป็นต้องใช้การสื่อสารและกลยุทธ์ในหลายทิศทางในการทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

แนวคิดทางการตลาดเกี่ยวกับการทำตลาดแบบ e-mail marketing

การทำ Permission-based e-mail ก็คือ กลยุทธ์ไดเร็กต์เมล์ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง โดยมีจุดที่เหมือนกันกับการทำ email marketing ดังนี้

1. สามารถส่งตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย ถ้าหากกระบวนการในการเลือกและจัดหาเมลลิ่งลิสต์ถูกต้อง ก็จะเป็นสื่อที่เข้าถึงได้ตรงเป้าหมาย
2. สามารถทำรูปแบบให้แลดูสวยงามสะดุดตา เหมือนดั่งเช่นไดเร็กต์เมล์ที่สามารถออกแบบให้หวือหวาเตะตาเตะใจผู้รับอีเมล์ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่ตัวอักษรเฉยๆ แต่สามารถสร้างด้วยภาษา html ให้มีภาพแสงสีที่สวยงาม และยังสามารถมีฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่เหนือกว่าไดเร็กต์เมล์ธรรมดา
3. ผู้รับสามารถโยนทิ้งได้ทันทีที่ได้รับ เพราะทั้งไดเร็กต์เมล์และอีเมล์ต่างก็มีสิ่งที่เรียกว่า junk mail หรือบรรดาเมล์ขยะด้วยกันทั้งสิ้น ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะรำคาญและรู้สึกเสียเวลาที่จะเปิดอ่าน แต่ที่อีเมล์ได้เปรียบกว่าไดเร็กต์เมล์อยู่หลายขุมก็คือ อีเมล์อาจทำหน้าที่แทนเซลส์ สามารถสร้างยอดขายและรายได้ให้ทันที

เมื่อพิจารณาการวิจัยร่วมกับแนวคิดทางการตลาดเกี่ยวกับการทำตลาดแบบ e-mail marketing แล้วนั้น การตลาดแบบ e-mail marketing เป็นการตลาดแนวใหม่และเข้าถึงผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่างสะดวก โดยผู้ใช้สามารถกลั่นกรองการตลาด e-mail marketing ที่ถูกส่งมากด้วยตัวเองเพื่อพิจารณารับหรือปฏิเสธ อีกทั้งการตลาดแนวใหม่นี้ช่วยลดทอนการเดินทางหรือการเปรียบเทียบข้อมูลการซื้อหรือขายสินค้าแบบอื่นๆ อีกทั้งสามารถจัดเก็บข้อมูลไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อนำมาพิจารณาได้อีกในภายหลัง อีกทั้งประหยัดและเหมาะสมกับธุรกิจขนาดเล็กในการแนะนำสินค้าของตนเองแก่ผู้บริโภคด้วยงบประมาณไม่สูงนัก

สุดท้ายคือการติดตามผลตอบรับของลูกค้า โดยเราสามารถตรวจสอบได้จากรายงานบนระบบ e-mail ว่ามีลูกค้ากี่รายเปิดอ่าน e-mail ของเรา และมีลูกค้ากี่รายที่ไม่ต้องการรับ e-mail อีก หรือบางระบบอาจสามารถตรวจสอบได้ถึงขั้นว่า ลูกค้าคลิกที่ link อะไรมากเป็นพิเศษ ช่วยให้เราประเมินได้ว่าลูกค้าสนใจข้อมูลอะไรมากเป็นพิเศษอีกด้วย เพื่อที่จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ประเมินผลของแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่เราจัดส่งไป กลยุทธ์การตลาดทาง e-mail ที่ทั้งถูก เร็ว และดีเช่นนี้ ช่วยเพิ่มศักยภาพทางการตลาดในยุคที่เศรษฐกิจตกต่ำอย่างเช่นทุกวันนี้

Server ทำหน้าที่อะไรเป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อน เช่าเซิฟเวอร์

Server ทำหน้าที่อะไรเป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อน เช่าเซิฟเวอร์

Server ทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ให้บริการต่าง ๆ ในโครงข่ายอินเตอร์เน็ต หรือโครงข่ายที่มีลูกข่าย เมื่อมีผู้ใช้งานมาขอใช้บริการ Server เครื่อง Server จะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่

ในเครื่องเพื่อให้บริการในทันที
ซึ่งบริการของ Server นั้นมีหลากหลายอย่างด้วยกัน โดยสามารถแบ่งได้เป็น 4 หน้าที่หลัก ๆดังต่อไปนี้
1. Web server คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ให้บริการด้านการจัดการเว็บไซต์ โดยส่วนมากโปรแกรมที่นิยมใช้เป็น Web server จะเป็น Apache web server
2. Mail server คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ให้บริการด้าน E-mail โปรแกรมที่ใช้ในด้าน Mail server มีอยู่หลายโปรแกรมด้วยกันแต่ที่นิยมกันจะมีอยู่ 3 โปรแกรมคือPostfix, qmail,courier
3. DNS server คือโปรแกรมที่มีหน้าที่ให้บริการด้านโดเมนเนมที่จะค่อยเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ที่เราต้องการให้เป็น IP Address โปรแกรมที่นิยมใช้คือ bind9
4. Database server คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านการจัดการดูแลข้อมูลต่างๆภายในเว็บไซต์ โปรแกรมที่มีการใช้งานส่วนใหญ่จะเป็น mysql, postgresql, DB2

โดยการทำงานของ Server จะทำงานพร้อมกันหลาย ๆอย่างได้ในเวลาเดียวกัน เนื่องจากความสามารถของเครื่อง Server ส่วนใหญ่จะมีความสามารถที่สูง โดยการทำงานแต่ละอย่างของ Server จะทำงานใน Port ที่ต่างกันไป